วันอังคารที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2565

ฮีตสิบสอง เดือนเจ็ด บุญซําฮะ



เดือนเจ็ด บุญซําฮะ

บุญซําฮะหรือชําระ เกิดตามความเชื่อที่ว่าเมื่อถึงเดือนเจ็ดต้องทําบุญชําระจิตใจให้สะอาดและเพื่อ ปัดเป่ารังควาญสิ่งไม่เป็นมงคลออกจากหมู่บ้านบาง ท้องถิ่นเรียกประเพณีนี้ว่าบุญเบิกบ้านซึ่งมีพิธีกรรมทั้งทางศาสนาพุทธและไสยศาสตร์ ในวันงานชาวบ้านจะพากันนําภัตตาหารมาถวายแด่พระภิกษุ สงฆ์และร่วมกัน ฟังเทศน์ฟังธรรม รวมทั้งมีการเซ่นไหว้ศาลหลักบ้าน เพื่อขอความคุ้มครองให้พ้นจากภัยพิบัติและช่วยขับไล่สิ่งไม่ดีไม่งามออกไปจาก หมู่บ้าน ให้บ้านเกิดความเป็นสิริมงคล

มูลเหตุของพิธีกรรม

มีเรื่องเล่าไว้ในคัมภีร์ธรรมบทว่าครั้งหนึ่งเมืองไพสาลีเกิด "ทุพภิกขภัย" ข้าวยากหมากแพงประชาชนขาดแคลนอาหารเพราะฝนแล้งสัตว์เลี้ยงต่างๆ ล้มตายเพราะความหิว ซ้ำร้ายอหิวาตกโรคหรือ "โรคห่า" ก็ระบาดทําให้ผู้คนล้มตายกันมากมาย ชาวเมืองกลุ่มหนึ่งจึงพากันเดินทางไปนิมนต์ พระพุทธเจ้าให้มาปัดเป่าภัยพิบัติครั้งนี้ ครั้นพระพุทธเจ้าเสด็จถึงเมืองไพสาลีก็เกิดฝน "ห่าแก้ว" ตกลงมาอย่างหนักจนน้ําฝนท่วมแผ่นดินสูงถึง หัวเข่าและน้ำฝนก็ได้พัดพาเอาซากศพของผู้คนและสัตว์ต่างๆ ไหลล่องลอยลงแม่น้ำไปจนหมดสิ้น พระพุทธเจ้าทรงทําน้ำพระพุทธมนต์ใส่บาตร แล้วมอบให้พระอานนท์นําไปประพรมทั่วเมือง โรคภัยไข้เจ็บก็สูญสิ้นไปด้วย เดชะพระพุทธานุภาพ ดังนั้นคนลาวโบราณรวมทั้งไทยอีสานจึงทํา บุญซําฮะขึ้นในเดือน ของทุกๆ ปี พิธีกรรม พอถึงวันทําบุญชาวบ้านทุกครัวเรือนจะนําดอกไม้ธูปเทียน ขันน้ำมนต์ ขันใสกรวด ทรายและเฝ้าผูกแขน มารวมกันที่ศาลากลางบ้าน ถ้าหมู่บ้านใดไม่มีศาลากลางบ้าน ถ้าหมู่บ้านใดไม่มีศาลากลางบ้าน ชาวบ้านจะช่วยกันปลูกปะรําพิธีขึ้นกลางหมู่บ้าน ตกตอนเย็นจะนิมนต์พระสงฆ์มาสวดชัยมงคลคาถา (ชาวอีสานเรียกว่า ตั้งมุงคุน) เช้าวันรุ้งขึ้นจะพากันทําบุญตักบาตรเลี้ยงพระถวายจังหันเมื่อ พระสงฆ์ ฉันเสร็จแล้วจะให้พรและประพรมน้ำพุทธมนต์ให้แก่ทุกคนที่มาร่วมทําบุญ จากนั้นชาวบ้านจะนําขันน้ำมนต์ด้ายผูกแขน ขันกรวดทรายกลับไปที่ บ้านเรือนของตนเองแล้วนําน้ำมนต์ไป ประพรมให้แก่ทุกคนในครอบครัว ตลอดจนบ้านเรือนและวัวควาย เอาด้ายผูกแขน ลูกหลานทุกคนเพราะเชื่อ ว่าจะนําความสุขและสิริมงคลมาสู่สมาชิกทุกคน ส่วนกรวดทรายก็จะเอามาหว่านรอบๆ บริเวณบ้านและที่สวนที่นา เพื่อขับไล่เสนียดจัญไร และสิ่ง อัปมงคล


ฮีตสิบสอง เดือนหก บุญบั้งไฟ



เดือนหก บุญบั้งไฟ

บุญบั้งไฟ เป็นประเพณีที่เกิดจากความเชื่อเกี่ยวกับแถน เมื่อถึงเดือนหกเริ่มต้นการทํานาชาวบ้านจะจุดบั้งไฟเป็นการบูชาขอให้พญาแถนบันดาล ฝนให้ตกลงมา ประเพณีบุญบั้งไฟเป็นกิจกรรมร่วมกันของชุมชนอีสานหลาย ๆ หมู่บ้าน หมู่บ้านเจ้าภาพจะปลูกโรงเรือน เรียกว่า ผามบุญ ไว้ต้อนรับ ชาวบ้านจากหมู่บ้านอื่น และดูแลจัดหาอาหารสําหรับทุกๆ คน เช้าของวันงานชาวบ้านจะร่วมกันทําบุญ ประกวดประชัน แห่และจุดบั้งไฟที่ตกแต่ง อย่างงดงาม บั้งไฟของหมู่บ้านใดจุด ไม่ขึ้นชาวบ้านหมู่บ้านนั้นจะถูกโยนลงโคลนเป็นการทําโทษ และจะมีการเซิ้งฟ้อนกันอย่างสนุกสนาน และจะมี การเซิ้งปลัดขิกร่วมอยู่ในขบวนด้วยเสมอ โดยมีความเชื่อว่าเป็นการไล่ผีให้พ้นออก ไปจากหมู่บ้านและเร่งให้แถนส่งฝนลงมาเร็วๆ

มูลเหตุของพิธีกรรม

ตามตํานานพื้นบ้านอีสานเชื่อว่าเป็นการจุดบั้งไฟเป็นสัญญาณเตือนให้พญาแถนรู้ว่าถึงฤดูทํานาแล้วให้พญาแถนบันดาล ให้ฝนตกและมีปริมาณ เพียงพอแก่การปลูกพืชพันธุ์ธัญญาหารพิธีกรรม เมื่อได้ประชุมกําหนดวันจะทําบุญบั้งไฟแล้ว พวกช่างปืนไฟก็จะร่วมทําบั้งไฟ หาง บั้งไฟก่องข้าว ไว้ตามจํานวนและขนาดที่ชาวบ้านศรัทธาร่วมกันบริจาคเงินซื้อศรัทธา ซื้อ "ขี้เกีย หรือ ขี้เจี้ย" (ดินประสิว) มาทํา "หมื่อ" ปัจจุบันมักจะมีการแข่งขัน บั้งไฟระหว่างคุ้มบอกกล่าวไปยังหมู่บ้านอื่นๆ ให้ทําบั้งไฟมาแข่งขันกันตามขนาดที่กําหนดอาจเป็น "บั้งไฟหมื่น" (มีน้ำหนักไม่เกิน 120 กิโลกรัม) "บั้งไฟแสน" (มีน้ำหนักมากกวา 120 กิโลกรัม) ก็ได้พอถึง "มื้อโฮมบุญ" หรือวันรวม ชาวบ้านจะจัดทําบุญเลี้ยงพระเพล แล้วจะมี "พิธีฮดสง" พระภิกษุ ผู้มีศีลศึกษาธรรมวินัยมาตลอดพรรษาให้ได้เลื่อนเป็นตําแหน่งสูงขึ้น คือ "ฮด" จากพระภิกษุธรรมดาให้เป็นภิกษุขั้น "อาจารย์" แต่เรียกสั้นๆ ว่า "จารย์" ผู้มีอายุครบบวชถ้าอยากบวช พ่อแม่มักจะจัดให้บวชในเดือนนี้ไปพร้อมๆ กับพิธีนี้ ประมาณเวลา 15.00 น. ของมื้อโฮม นํา "กองฮด" และ "กองบวช" มาตั้งไว้กลางศาลาโรงธรรมทางวัดจะตีกลองเป็นสัญญาณ บอกให้ทุกคุ้มนําบั้งไฟมารวมกันที่วัดแต่ละคุ้มจะเอ้บั้งไฟ (ตกแต่งบั้งไฟ) ของตนให้สวยงาม เป็นการประกวดประชันกันเบื้องต้น มีการจัดขบวนการแห่บั้งไฟ และในขณะที่แห่บั้งไฟจะเซิ้งบั้งไฟไปพร้อม ๆ กันด้วย การเซิ้งบั้งไฟนี้จะมีหัวหน้า กล่าวนําคําเซิ้งเป็นวรรคๆ ไปแล้วให้ผู้เข้าร่วมขบวนแห่ทุกคนกล่าวตาม ขณะที่กล่าวก็รําให้เข้ากับจังหวะเซิ้งนั้นด้วยรุ่งเช้าของวันบุญบั้งไฟ ญาติโยม จะนําข่าวปลาอาหารทั้งขนมหวาน มาทําบุญตักบาตรร่วมกันที่วัด หลังจากพระฉันจังหันเสร็จแล้วก็จะนําบั้งไฟมารวมกันที่วัดแล้วนําไปจุดที่ "ค้างบั้งไฟ" (ร้านสําหรับจุดบั้งไฟ) ที่สําคัญเวลาจุดต้องหันหัว บั้งไฟไปทางทุ่งนาหรือหนองน้ำเพื่อป้องกันอันตราย


ฮีตสิบสอง เดือนห้า บุญสรงน้ำ หรือ บุญฮดสรง



เดือนห้า บุญสรงน้ำ หรือ บุญฮดสรง

บุญฮดสรง หรือ บุญสงกรานต์ จัดให้มีในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือนห้า ซึ่งถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทยมาตั้งแต่โบราณ ในวันขึ้นปีใหม่ของไทยมาแต่โบราณ ในวันนี้พระสงฆ์ นําพระพุทธรูปออกจากโบสถืมาไว้ที่หอสรง ตอนบ่าย ชาวบ้านจะนําน้ำอบ น้ำหอม มาร่วมกันสรงน้ำพระพุทธรูปที่หอสรงนี้ จากนั้น ก็ออกไปเก็บดอกไม้มาจัดประกวดประชันในการบูชาพระ ระหว่างนี้ชาวบ้านจะพากันเล่นแคน ฉิ่งฉาบ เพื่อความสนุกสนานรดน้ำดําหัวญาติผู้ใหญ่ และเล่นสาดน้ำกัน โดยชาวบ้านอาจเล่นสนุกสนานถึง 15 วัน

มูลเหตุของพิธีกรรม

เนื่องจากเดือนนี้ถือว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่มาแต่โบราณ โดยจะถือเอาวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน เป็นวันเริ่ม ต้นการทําบุญพิธีกรรม เมื่อถึงวันเพ็ญเดือนห้าเวลา บ่ายสามโมง ถือว่า "เป็นมื้อเอาพระลง" หมายถึงการนําเอา พระพุทธรูปทั้งหมดในวัดมาทําความสะอาดแล้วนํามาตั้งรวมไว้ที่กลางศาลาโรงเรือน หรือ "หอแจก" พิธีเริ่มจากผู้เป็นประธานนําดอกไม้ธูปเทียนเครื่องสักการะพระพุทธรูป แล้วนํากล่าวบูชาพระรัตนตรัย อาราธนาศีล พระสงฆ์ให้ศีลญาติโยม รับศีลแล้วผู้เป็นประ ธานอาราธนาพระปริตรพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ จบแล้วญาติโยมก็เอาน้ำอบน้ำหอมสรงพระพุทธรูป จากนั้นหนุ่มสาวก็จะพากัน หาบน้ำจากบ่อหรือหนอง บึง ไปเทไว้ใน โอ่งของวัดให้พระภิกษุ สามเณรได้ใช้อาบขณะเดียวกันก็จะเริ่มเล่นสาดน้ำกันและกันเป็นที่สนุกสนานตอนค่ำ นิมนต์พระสงฆ์มาสวดไชยมงคล (มงคลสูตร) ที่ผามไชย์กลางหมู่บ้าน รุ่งเช้า (วันแรมหนึ่งค่ำ) เป็น "มื้อเนา" ถือเป้นวันขึ้นปีใหม่ มีการทําบุญให้ทาน โดยนําข้าวปลาอาหารมาถวายพระที่ผามไชย์การสวดไชยมงคล (มงคลสูตร) นี้ต้องสวดให้ครบ คืน โดยมีบาตรใส่น้ำมนต์ไว้ ใบพร้อมทั้งมีถังใส่ กรวดทรายไว้จํานวนหนึ่ง เมื่อครบ คืนแล้ว พระสงฆ์จะเดินสวด ไชยมงคลไปรอบหมู่บ้าน พร้อมกับสาดน้ำมนต์ ส่วนญาติโยมจะหว่านกรวดทรายไป พร้อมๆ กัน ถือว่าเป็นการขับไล่สิ่งอัปมงคล และเสนียดจัญไรออกไปจากหมู่บ้านทําให้คนทั้งหมู่บ้าน ประสบแต่ ความสุขความเจริญในปีใหม่ที่จะมาถึง คนอีสานเรียกวันสงกรานต์ ดังนี้ คือ วันที่ 13 เมษายน เรียกว่า วันสังขารล่วง วันที่ 14 วันเนา และ วันที่ 15 เรียกว่า วันสังขารขึ้น


ฮีตสิบสอง เดือนยี่ บุญคูณลาน หรือบุญคูณข้าว



เดือนยี่ บุญคูนลานหรือบุญคูนข้าว

บุญคูนลานหรือบุญคูนข้าวเป็นพิธีกรรมฉลองภายหลังจากเสร็จสิ้นการเก็บเกี่ยว ชาวบ้านรู้สึกยินดีที่ได้ผลผลิตมาก  จึงต้องการทําบุญ โดยนิมนต์พระสงฆ์มาสวดมนต์ในลานข้าวและในบางแห่งจะมีการสู่ขวัญข้าวเพื่อฉลองความอุดมสมบูรณ์ กล่าวขอบคุณแม่โพสพและ ขอโทษที่ได้ เหยียบย่ำ พื้นแผ่นดินในระหว่างการทํานา เพื่อความเป็นสิริมงคลและให้ผลผลิตเป็นทวีคูณในปีต่อไป

มูลเหตุของพิธีกรรม

มูลเหตุของพิธีทําบุญคูนข้าวหรือบุญคูนลาน เนื่องมาจากเมื่อชาวนาเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จจะหาบฟ่อน   ข้าวมารวมกันเป็น "ลอนข้าว" ไว้ที่นาของตน ถ้าลอมข้าวของใครสูงใหญ่ก็แสดงให้ผู้คนที่ผ่านไปมารู้ว่านาทุ่งนั้นเป็นนาดี ผู้เป็นเจ้าของก็ดีใจ หายเหน็ดเหนื่อยจิตใจเบิกบานอยากทําบุญทํานาน เพื่อเป็นกุศลส่งให้ในปีต่อไปจะได้ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นอีก เรียกว่า "คูนให้ใหญ่ให้สูงขึ้น" เพราะคําว่า "คูณ" นี้มาจาก "ค้ำคูณ" หมายถึงอุดหนุนให้ดีขึ้น ช่วยให้เจริญขึ้น

พิธีกรรม

ผู้ประสงค์จะทําบุญคูนข้าวหรือบุญคูนลาน ต้องจัดสถานที่ทําบุญ ที่ "ลานนวดข้าว" ของตนโดยนิมนต์พระภิกษุสงฆ์มาเจริญพุทธมนต์มีการวางด้าย สายสิญจน์และปักเฉลวรอบกองข้าว เมื่อพระสงฆ์เจริญพุทธมนต์เสร็จแล้วก็จะถวายภัตตาหารเลี้ยงเพลแก่พระภิกษุสงฆ์จากนั้นนําข้าวปลาอาหาร มาเลี้ยง ญาติพี่น้องผู้มาร่วมทําบุญ เมื่อพระภิกษุสงฆ์ฉันเสร็จก็จะประพรมน้ำพุทธมนต์ให้กองข้าว ให้เจ้าภาพและทุกคนที่มาร่วมทําบุญ จากนั้นท่านก็จะให้พร เจ้าภาพก็จะนําน้ำพระพุทธมนต์ที่เหลือไปประพรมให้แก่ วัว ควาย ตลอดจนไร่นาเพื่อความเป็นศิริมงคล และเชื่อว่าผลของการทําบุญจะช่วยอุดหนุน เพิ่มพูนให้ได้ข้าวมากขึ้นทุกๆ ปี


ฮีตสิบสอง เดือนอ้าย บุญเข้ากรรม

ฮีตสิบสอง

          ฮีตสิบสอง หมายถึงประเพณี 12 เดือนที่เกี่ยวเนื่องกับหลักทางพุทธศาสนา ความเชื่อและการดํารงชีวิตทางเกษตรกรรมซึ่งชาวอีสาน ยึดถือปฏิบัติกัน มาแต่โบราณ มีแนวปฏิบัติแตกต่างกันไปในแต่ละเดือนเพื่อให้เกิดสิริมงคลในการดําเนินชีวิต เรียกอย่างท้องถิ่น ว่างานบุญ ชาวอีสานให้ความสําคัญกับ ประเพณีฮีตสิบสองเป็นอย่างมากและยึดถือปฏิบัติมาอย่างสม่ำเสมอนับเป็นเอกลักษณ์ของ ชาวอีสาน อย่างแท้จริง คําว่า "ฮีตสิบสอง"มาจากคําว่า "ฮีต" อันหมายถึงจารีต การปฏิบัติที่สืบต่อกันมาจนกลายเป็นประเพณี "สิบสอง" คือประเพณีที่ปฏิบัติตามเดือนทางจันทรคติทั้งสิบสองเดือน

************************



เดือนอ้าย บุญเข้ากรรม
          งานบุญเดือนอ้ายหรือเดือนเจียง พระสงฆ์จะทําพิธีเข้ากรรมหรือที่เรียกว่า "เข้าปริวาสกรรม" เพื่อทําการชําระมลทินที่ได้ล่วงละเมิด พระวินัยคือ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส การอยู่กรรมนั้นจะใช้เวลา 6-9 วัน ในระหว่างนี้เองชาวบ้านจะเตรียมอาหาร หวานคาวนํา ไปถวายพระภิกษุทั้งเช้าและเพล เพราะการอยู่กรรมจะต้องอยู่ในบริเวณสงบ เช่น ชายป่าหรือที่ห่างไกลชุมชน (หรืออาจเป็นที่สงบ ในบริเวณวัดก็ได้) ชาวบ้านที่นําอาหารไปถวาย พระภิกษุในระหว่างอยู่กรรมนี้เชื่อว่าจะทําให้ได้บุญกุศลมาก

มูลเหตุของพิธีกรรม
          เพื่อลงโทษภิกษุผู้ต้องอาบัติสังฆาทิเสส  ต้องเข้าปริวาสกรรม  จึงจะพ้นอาบัติหรือพ้นโทษกลับ เป็นภิกษุผู้มีศีลบริสุทธิ์ อยู่ในพุทธศาสนาต่อไป คํา "เข้าปริวาสธรรม"  นี้ภาษาลาวและไทอีสานตัดคํา "ปริวาส" ออกเหลือเป็น "เข้ากรรม" ดังนั้นบุญเข้ากรรมก็คือ "บุญเข้าปริวาสกรรม" นั่นเอง 

พิธีกรรม

          ภิกษุผู้ต้องอาบัติหมวดสังฆาทิเลสที่จะเข้าอยู่ปริวาสกรรม เพื่อชําระล้างความมัวหมองของศีลให้แก่ตนเองต้องไปขอปริวาสจากสงฆ์ เมื่อสงฆ์อนุญาติ แล้วจึงมาจัดสถานที่ที่จะเข้าอยู่ปริวาสกรรม เมื่อจัดเตรียมสถานที่เรียบร้อยแล้ว ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสสข้อใดข้อหนึ่งจะต้องอยู่ปริวาส (การอยู่ค้างคืน) และต้องประพฤติวัตร (การปฏิบัติการจําศีล) ต่างๆ เช่น งดใช้สิทธิ์ บางอย่างลดฐานะและประจานตนเอง เพื่อเป็น การลงโทษตนเอง โดยต้องประพฤติวัตร ให้ครบจํานวนวันที่ปกปัดอาบัตินั้นๆ เพื่อปลดเปลื้องตนจากอาบัติสังฆาทิเสส และต้องไปหา "สงฆ์จตุรวรรค" (คือภิกษุสี่รูปขึ้นไป) เพื่อจะขอ "มานัต" และมีภิกษุอีกรูปหนึ่งจะสวดประกาศให้มานัตแล้ว ภิกษุผู้ต้องอาบัติสังฆาทิเสสต้องประพฤติมานัตอีก คืนแล้วสงฆ์ผู้บริสุทธิ์จึงจะเรียกเข้าหมู่กลาย เป็นผู้บริสุทธิ์ต่อไป


วันพฤหัสบดีที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2565

สู่ขวัญพระสงฆ์


 

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ 3 จบ

 

       ศรีๆๆ สิทธิพระพรบวรแวนวิเศษ อะติเรกกะเตโช ชัยยะตุภะวังชัยยะมังคะละ ชัยยะมหามงคล อเนกสวัสดี อาทิตย์ถูกชัยศรี จันทร์กำจัดไพรีศัตรูพินาศ อังคารอาจมงคล พุธเป็นบุญแก้วเกิด พฤหัสล้ำเลิศมหาพลา ศุกร์อิทธิยาแวนวิเศษ เสาร์เป็นเกศแก้วกิ่ง อุตตะมังคะลา สุนักขัตตา สุมังคะลา อุตตะมะโชค อุตตะมะโยค อุตตะมะถิถี อุตตะมะ มะหานะที มหาสักขีพิลาส ด้วยอำนาจอันลือชา อันฝูงข้าทั้งหลายหมายมี นักปราชญ์และปุโรหิต ทั้งบัณฑิตและชาวเมืองมาพร่ำพร้อม เฒ่าแก่มานั่งล้อมสาธุการ บริวารหลายเหลือหลั่ง มาโฮมนั่งอยู่สอนลอน ตาสะออนบุญหลายหลาก บ่พัดพรากไปไกล มาโฮมใจชมชื่น ยอยกยื่นมงคล ให้เป็นผลแผ่สร้าง ทุรอ้างความดี รวมกันมา กะทำลาบาศรี เพื่อให้เป็นมังคะละดี อันวิเศษ ปรารภเหตุแห่งอายุวัฒนมงคล ท่านพระครูผู้งามค่อง ใสอ่องต่องบวร........ชื่อพระ.......ชื่อวัด........งามโสภิสผุดผ่องแผ้ว รัตนแก้วสังโฆ ผู้เมโธนักปราชญ์ ผู้ฉลาดในคัมภีร์ บุญคุณมีศรีวิเศษทั่วโขงเขตถวยส่งนำพร...ตำแหน่ง.....จังหวัด.....งามโอภาสขอประกาศแผ่ความดี.....อายุ....วัสสาปีศรีดิเรก บุญญาภิเษกงามผ่องสดใส ถือพระธรรมวินัยงามองอาจ พัฒนาอาวาสเฮืองฮุ่งไสงาม ขอบุญตามส่งผลให้ ลุลาภได้สมดังปณิธาน ฉลองงานอายุวัฒนมงคล งานโสภณบุญผายโผด สร้างประโยชน์เหลือคุณณา แก่พระศาสนาจนฮอดฮ้อย เป็นที่พึ่งพาของพวกข้าน้อยอยู่สวัสดี...อายุ...วัสสาปียืนยาวยิ่ง งามเพี้ยงพิ่งเทียรคา ทรงวัสสาอย่าถอยเฒ่าแผ่ผลหลาย สุตตะกานิกายสูตทั้งหลายล้ำยิ่ง งามเผี้ยงผิ่งโสภณ ขอกุศลอันล้ำเลิศ บารมีเกิดมีมา ให้ท่าน...ชื่อพระ......ผุดผ่องแผ้วกวีแก้วแห่งนรชน....อายุ.....วัสสาผลทนล้ำเลิศ มงคลเกิดมีมา ให้ท่านพระครูวรพรตสิทธิการ ประสบพบแต่ความเกษมวัฒนาจำเนียรวาร ตราบจีรัตติกาลเหิงยาวนานสืบต่อไปก็ปู่เทอญ มาบัดนี้ศิษยานุศิษย์ทุกทั่วถ้วน ได้แต่ล้วนชมชื่นยินดี ฉลองอายุวัฒนมงคลศรีสมโพชฌ์ มีปราโมทย์ชื่นปรีดา จึงได้พากันจัดหาพานบายศรี วิจิตรบรรจงดีสีสะพาส ตั้งเหนืออาสน์แท่นบูชา จึงได้ขนขวยหาสัปปาอาหาร มีทั้งหัวมันและหัวเผือก เลือกเอาได้แม่นมันโง จนโจ๋นั้นแม่นหมากพร้าวซ่อม แต่งไว้ล้อมเลียนพา มีทั้งกากุลาไก่ตัวผู้โอก แต่งใส่โตกสวยลวย งามอวยฮวยเลิศแล้ว เหล้าก่องแก้วใส่พาขวัญ สัปปาอาหารมีหลากหลาย หาได้มากประมวลมา แต่งใส่พาปะไว้เทิงเสื่อ ตั้งแม่นเมื่อยามดี มีสีใสบ่เศร้า มาบัดนี้ก็จึงได้ไปอาราธนาเอาอาจารย์เจ้าผู้ฉลาด มานั่งสาดเอิ้นเชิญขวัญว่า ศรีๆ มื้อนี้เป็นมื้อสันวันนี้เป็นวันดี วันเศรษฐีอะมุตตะโชค ประสิทธิโยคพร้อมลัคณา ข่อยผู้ตาก็จึงได้มาสู่ ข่อยผู้ปู่ก็จึงได้มาหา ตามพาสีพาสาข่อยนี้เป็นผู้เฒ่า สร้างเว้ากล่าวเชิญขวัญ ว่ามาพลันอย่าช้า เชิญเอาทั้งขวัญหน้าขวัญตาคิ้วก่องก่อง ขวัญเจ้าพัดกะละแม่นพรากบ้าน โอ้ยนานแล้วให้ต่าวมาเดอเด้อ ว่ามาเยอขวัญเอ้ย ขวัญเจ้ามาเถิงแล้ว แก้วแก่นให้สดสีแน่เด้อ....อายุ....ปีให้สดใสผ่องละมัยละมุนเนื้อ เจ้าผู้เฮือสำเภาแก้วสินำแนวได้เบิดส่วน ผลาบุญหนุนยิ่งล้วนเทียวซ้วนบ่หน่ายหนี....อายุ....ปีห่านี้ให้มีโชคมหาชัยผู้แหน่เด้อ นึกแนวใด๋ให้สมหวังดั่งมโนหมายแม้วน บุญนำแหนแนนนำห้อย อันนำฮอยสุบาดย่างปู่แน่เด้อ หวังสิคิดก่อสร้าง หลายท้างว่าป่องแปว ขอให้เป็นดั่งแก้วล้ำค่าผู้คูณเมืองผู้แหน่เด้อ ขอให้เฮืองโมลีส่องคดีใสแจ้ง ผลาแฮงบุญล้นงามวิมลก้องค่า สถิตอยู่ค้ำพระศาสนาให้ลือชาอยู่จ้นๆ คนง้อว่าทั่วแดน หมดทุกโขงเขตแคว้น แดนป่องธรณี ได้เพิ่งสีใบบุญหลวงพ่อพระครูผู้บุญล้ำ ขอคุณพระพุทธให้นำค้ำ คุณพระธรรมให้นำส่ง คุณพระสงฆ์องค์ยอดเยี่ยมให้เทียมข้างอย่าห่างคีง โอ้ยเทียมข้างอย่าห่างคีง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ฤทธิ์ยอดยิ่งสถิตอยู่น้อแดนใด๋ จงประสิทธิพรชัยกะดั่งใจหมายมุ่ง นำผดุงผลให้กะสดใสถ่วนทั่ว ฮ่มโพธิ์ชัยใบป่งพั้วโอยปลายดั้ว ให้ส่งสูง ผดุงค้ำแม่นสู่ทาง ผลาสร้างจงเจริญ ว่ามาเยื้อขวัญเอ้ย ขวัญตกบกก็ให้พากันออก ขวัญเจ้าตกหมอกก็ให้พากันลุก ขวัญเจ้าตกฮูก็ให้พากันพ้น ขวัญเจ้านี้อย่าได้ไปอยู่ซ้น ในห้วยแกมปูแกมปลา ว่ามาเย้อขวัญเอ้ย ขวัญผู้เป็นกากนั้นให้เจ้ามาอยู่แว้นไว ขวัญผู้เป็นหวัดและเป็นไอให้เจ้ามาอยู่ห้วนเห้า มีทั้งขวัญผู้เฒ่าๆ นั้นนะให้ค่อยชัก ไม้ค้อนเท้าตามหลังมาอยู่จุบๆๆๆ ว่าเดอเด้อขวัญเอ้ย มานำทางเป็นคนท่อง มานำท่องเป็นคนถาง มานำทางเส้นกว้างไม้ขวยข่วงหนามหนา บัดว่าน้ำล้นห้วยขอให้ขวัญเจ้านี้ค่อยลอยมา เย้อๆๆ บัดว่าน้ำท่วมภูท่วมดอยขวัญเจ้านี้ขี่เฮือไม้งิ้ว งมพัดสีกิ้วๆ โอ้ยขวัญท่าน ให้ต่าวมาๆๆ เด้อ ว่ามาเย้อขวัญเอ้ย ให้ขวัญท่านนี้นะมา กินชิ้นปลาตัวโตท่อคอนาค ให้ขวัญนี้นานี้น่าๆๆ มากินชิ้นปลาปากตัวท่อคอเฮือ ให้ขวัญนี้น่าๆๆ มากินชิ้นปลาเสือตัวท่อคอม้า ว่ามาเย้อขวัญเอ้ย ว่า บาดนี้ฮอดเดือนหกฝนตกลงมาอยู่จี้จ้น ขวัญเจ้านี้จักสิไปอยู่ซ้น สายคาเฮือนใต้ป่องล่อผู้ใด๋เด้ขวัญเอ้ย ขวัญเจ้านี้จักไปยืนยืดเยื้อกุฏิเย้าเพิ่นผู้ใด๋ นั้นล่ะนาขวัญเอ้ยนา ว่ามาเย้อๆ ว่าดั่งนั้นแล้วก็จึงบายเอาฝ้ายอ้อมแก้วมงคล บุญคุณดีความงามดูอาจ ผูกแขนลาดเอาขวัญว่ามาเย้อ คั้นแม่นผูกเบื้องซ้ายขอให้ขวัญท่าน ....ชื่อพระ....นี้มาเย้อ คันแม่นผูกเบื้องขวาขอให้ขวัญท่าน....ชื่อพระ....นี้อยู่ มาทุกหมู่ทุกองค์ มาทุกคนทุกคนก็ปู่เทอญ ว่าแล้วตั้งแฮกตั้งแต่ในกาลนี้ หนีเมือหน้าเจ้าอย่าถ่อยข้าเสียสี ให้ท่าน...ชื่อพระ... นี้มีอายุยืนยาวอย่าได้สั้น หมั่นให้ท่านหมั่นปานง่ามเขากวาง หมั่นให้ท่านหมั่นปานคางหมูถอกเถื่อน หมั่นให้ท่านหมั่นปานเถื่อนสร้างโฮง หมั่นให้ท่านหมั่นปานโปงสร้างหล่อ หมั่นให้ท่านหมั่นปานก้อนหินแดง แข็งให้ท่านแข็งปานก้อนหินลาด สูงเทียมอาสเขาสะเมน ใหญ่เพียงตอขวัญเจ้านี้อย่าหัก ใหญ่เพียงหลักขวัญเจ้าอย่าได้ก่น อย่าได้หม่นเหมือนตอง อย่าได้หมองเหมือนเถ่า อย่าได้เก่าเสียสี ให้ท่าน....ชื่อพระ...นี้ มีตั้งแต่อายุวัณณัง สุขัง พลัง ขอให้ตั้งเที่ยงหมั่นดอมท่านจงเจริญ เด้อ


สู่ขวัญนาค


       มื้อนี้เป็นมื้อสันวันชอบมื้อประกอบวันดีสิได้กะทำลาบาศรี ให้แก่นาค...........ที่สิได้ลาบิดามารดาไปอุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์ในทางพระพุทธศาสนา บ่ให้พบอันหาญบ่ให้พาลอันฮ้าย ตั้งแฮกแต่นี้เมือหน้าหายทุกข์ หายโศก หายโรค หายภัย หายพยาธิโรคา ให้มีแต่ความสุขความเจริญ เจริญด้วยอายุวรรณะ สุขะ พละ อโรคา อันถ้วนสี่ ปฏิภารอันถ้วนหก อธิปไตยะอันถ้วนเจ็ด จงเสด็จลงมาฮักษา ยังขันธะสันดาน พบดวงตาเห็นธรรม นำเข้าสู่นิรพาน ก็ข้าเทอญ

 

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ 3 จบ

 


       
ศรีๆๆ สิทธิพระพรบวรแวนวิเศษ อะติเรกกะเตโช ชัยยะตุภะวังชัยยะมังคะละ ชัยยะมหามงคล อเนกสวัสดีอาทิตย์ถูกชัยศรี จันทร์กำจัดไพรีศัตรูพินาศ อังคารอาจมงคล พุธเป็นบุญแก้วเกิด พฤหัสล้ำเลิศมหาพลา ศุกร์อิทธิยาแวนวิเศษ เสาร์เป็นเกสแก้วกิ่ง อุตตะมังคะลา สุนักขัตตา สุมังคะลา อุตตะมะโชค อุตตะมะโยค อุตตะมะดิถี อุตตะมะ มะหานะที มหาสักขีพิลาส ด้วยอำนาจอันลือชา อันฝูงข้าทั้งหลาย หมายมีนักปราชญ์และปุโรหิต ทั้งบัณฑิตและชาวเมืองมาพร่ำพร้อม เฒ่าแก่มานั่งล้อมสาธุการ บริวารหลายเหลือหลั่ง มาโฮมนั่งอยู่สอนลอน ตาสะออนบุญหลายหลาก บ่พัดพรากไปไกล มาโฮมใจชมชื่น ญาติบ้านอื่นมาหา จั่งได้ลาบิดามารดาออกบวช หวังไปสวดบำเพ็ญศีล ดั่งพระอินทร์ถวายบาตร พรหมราชยอพาน ถวายทานพระศรีธาตุ คราวพระบาทออกไปบรรพชา อยู่ฝั่งน้ำอโนมาพร้อม นายฉันท์และม้ามิ่ง ลายอดแก้มปิ่งสิ่งพิมพา ทั้งราหุลออกบวช ไปผนวชเป็นคนดี เจ้ามีใจในธรรม อันล้ำเลิศ ก่อนสิได้มาเกิดจากท้องมารดา ได้เลี้ยงมาเป็นอันยากเลี้ยงลำบากทุกวันคืน แม่ทนฝืน หนักหน่วงท้อง นอนเก้าเดือนเฮ็ดล่องง่องอยู่ในครรภ์ แสนรำพันฮักห่อ ลูกของพ่อดั่งดวงตา ออกจากท้องมารดาลูกเกิดมาเลิศแล้ว ได้ลูกแก้ว แม่นผู้ชาย ฝูงตายายก็ชมชื่น ยอยกยื่นเจ้าออกมา ญาติก็มาเอาผ้าห่อ ผู้เป็นพ่อฮักเหลือหลาย ตากับยายเอาอาบน้ำทุกค่ำเช้าให้กินนม แม่นอนซมพ่อนอนกอด หอมแก้มฟอดยามไปมา ฮักดั่งตา ลูกแก่นไท้ เลี้ยงเจ้าใหญ่เป็นหนุ่มมา อยู่ชายคาเพียรอ่อน สะส่อนหน้าใหญ่เป็นคน บ่ได้จนจักอย่าง บ่ได้ห่างไปไกล บ่ได้ไลหนีจาก แสนลกบากเหลือหลาย ลูกผู้ชายจั่งได้บวชในศาสนา เจ้าก็คิดถึง คุณบิดามารดาเป็นอันยิ่ง จัดทุกสิ่งหามา เจ้าก็ลาพ่อแม่ ฮอดเถ้าแก่วงศ์วาน ได้จัดการพวกพี่น้อง ทั้งพวกพ้องมิตรสหาย บางผ่องศรัทธาหลายได้เสื่อสาด มีทั้งบาตรแลจีวร ตาออนซอนทั้งผ้าพาด ได้ไตรอาจบริขาร มาในงานบริโภค ได้ทั้งโตกถ้วยและคันทีเหล็กจานดีอันคมกล้า อันล้ำค่าบริขารสละทานบ่อึดอยาก มีหลายหลากมารวมกัน เผื่ออยากเห็นพระจอมธรรมยอดแก้ว ยังบ่แล้วพระเมตไตย์ จอมพระทัยสุดยอด ทานตลอดกองบุญ เพื่อจักหนุนชูส่ง ญาติบ้านท่งบ้านไกลและบ้านใกล้แล้วก็จึงได้ไปอาราธนาอาจารย์เจ้าผู้ฉลาด มานั่งสาดเอิ้นเชิญขวัญว่า ศรีๆ มื้อนี้เป็นมื้อสันวันนี้เป็นวันดี วันเศรษฐีอะมุตตะโชค ประสิทธิโยคพร้อมลัคณา ข่อยผู้ตาก็จึงได้มาสู่ ข่อยผู้ปู่ก็จึงได้มาหา ตามพาสีพาสาข่อยนี้เป็นผู้เฒ่า สร้างเว้ากล่าวเชิญขวัญ ว่ามาพลันอย่าช้า เชิญเอาขวัญอ่อนหล่าทารกน้อยอ่อนๆ เชิญเย้อ เชิญเอาขวัญท่อนท้าว ให้ไวฟ้าวให้ต่าวมาเดอเด้อ ว่ามาเย้อขวัญเอ้ย ข่อยจักเชิญเอาขวัญอ่อนน้อย หล่าอ่อนตีนแดง เชิญเอาขวัญนางแพงให้ด่วนมาอย่าช้า เชิญเอาทั้งขวัญหน้าขวัญตาคิ้วก่องก่อง ขวัญเจ้าพัดกะละแม่นพรากบ้าน โอ้ยนานแล้วให้ต่าวมาเดอเด้อ ว่ามาเยอขวัญเอ้ย ขวัญเจ้ามาเถิงแล้ว แก้วแก่นให้สดสีแน่เด้อ วรรณะผิวให้สดใสผ่องละมัยละมุนเนื้อ เจ้าผู้เฮือสำเภาแก้วสินำแนวได้เบิดส่วน ผลาบุญหนุนยิ่งล้วนเทียวช้วนบ่หน่ายหนี นับตั้งแต่มื้อนี้ให้มีโชคมหาชัยผู้แหน่เด้อ นึกแนวใด๋ให้สมหวังดั่งมโนหมายแม้น บุญนำแหนแนนนำห้อย อันนำฮอยสุบาดย่างปู่แน่เด้อ หวังสิคิดก่อสร้าง หลายท้างว่าป่องแปว ขอให้เป็นดั่งแก้วล้ำค่าผู้คูณเมืองผู้แหน่เด้อ ขอให้เฮืองโมลีส่องคดีใสแจ้ง ผลาแฮงบุญล้นงามวิมลก้องค่า สถิตอยู่ค้ำพระศาสนาให้ลือชาอยู่จ้นๆ คนง้อว่าทั่วแดน หมดทุกโขงเขตแคว้น แดนป่องธรณี ใด้เพิ่งสีใบบุญพ่อพระคุณผู้บุญล้ำ ขอคุณพระพุทธให้นำค้ำ คุณพระธรรมให้นำส่ง คุณพระสงฆ์องค์ยอดเยี่ยมให้เทียมข้างอย่าห่างคีง โอ้ยเทียมข้างอย่าห่างคีง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ฤทธิ์ยอดยิ่งสถิตอยู่น้อแดนใด๋ จงประสิทธิพรชัยกะดั่งใจหมายมุ่ง นำผดุงผลให้กะสดใสถ่วนทั่ว ฮ่มโพธิ์ชัยใบป่งพั้วโอยปลายดั้ว ให้ส่งสูง ผดุงค้ำแม่นสู่ทาง ผลาสร้างจงเจริญ ว่ามาเย้อขวัญเอ้ย ขวัญตกบกก็ให้พากันอกอ ขวัญเจ้าตกหมอกก็ให้พากันลุก ขวัญเจ้าตกฮูก็ให้พากันพ้น ขวัญเจ้านี้อย่าได้ไปอยู่ซ้น ในห้วยแกมปูแกมปลา ว่ามาเย้อขวัญเอ้ย ขวัญผู้เป็นกากนั้นให้เจ้ามาอยู่แว้นไว ขวัญผู้เป็นหวัดและเป็นไอให้เจ้ามาอยู่ห้วนเห้า มีทั้งขวัญผู้เฒ่าๆ นั้นนะให้ค่อยชัก ไม้ค้อนเท้าตามหลังมาอยู่จุบๆๆๆ ว่าเดอเด้อขวัญเอ้ย มานำทางเป็นคนท่อง มานำท่องเป็นคนถาง มานำทางเส้นกว้างไม้ขวยข่วงหนามหนา บัดว่าน้ำล้นห้วยขอให้ขวัญเจ้านี้ค่อยลอยมา เย้อๆๆ บัดว่าน้ำท่วมภูท่วมดอย ขวัญเจ้านี้ขี่เฮือไม้งิ้ว ลมพัดสีกิ้วๆ โอ้ยขวัญหล่าให้ต่าวมาๆๆ เด้อ ว่ามาเยื้อขวัญเอ้ย ให้ขวัญท่านนี้นะมา กินชิ้นปลาตัวโตท่อคอนาค ให้ขวัญนี้นานี้น่าๆๆ มากินชิ้นปลาปากตัวท่อคอเฮือ ให้ขวัญนี้น่าๆๆ มากินชิ้นปลาเสือตัวท่อคอม้า ว่ามาเย้อขวัญเอ้ย บาดว่าฮอดเดือนหก ฝนตกลงมาอยู่จี้จ้น ขวัญเจ้านี้จักสิไปอยู่ซ้น สายคาเฮือนใต้ป่องล่อผู้ใด๋เด้ขวัญเอ้ย ขวัญเจ้านี้จักไปยืนยื้ดยื้อกุฏิเย้าเพิ่นผู้ใด๋ นั้นล่ะนาขวัญเอ้ยนา ว่ามาเย้อๆ ว่าดั่งนั้นแล้วก็จึงบายเอาฝ้ายอ้อมแก้วมงคล บุญคุณดีความงามดูอาจผูกขวัญลาดแขนหลานว่ามาเย้อ คั้นแม่นผูกเบื้องซ้ายขอให้ขวัญ...ชื่อนาค...นี้มาเย้อ คันแม่นผูกเบื้องขวาขอให้ขวัญ...ชื่อนาค...นี้อยู่ มาทุกหมู่ทุกองค์ มาทุกตนทุกคนก็ปู่เทอญ ว่าแล้วตั้งแฮกตั้งแต่ในกาลนี้ หนีเมือหน้าเจ้าอย่าถ่อยช้าเสียสี ให้ ...ชื่อนาค...มีอายุยืนยาวอย่าได้สั้น หมั่นให้เจ้าหมั่นปานง่ามเขากวาง หมั่นให้เจ้าหมั่นปานคางหมูถอกเถื่อน หมั่นให้เจ้าหมั่นปานเถื่อนสร้างโฮง หมั่นให้เจ้าหมั่นปานโปงสร้างหล่อ หมั่นให้เจ้าหมั่นปานก้อนหินแดง แข็งให้เจ้าแข็งปานก้อนหินลาด สูงเทียมอาสเขาสะเมนใหญ่ เพียงตอขวัญเจ้านี้อย่าหัก ใหญ่เพียงหลักขวัญเจ้าอย่าได้ก่น อย่าได้หม่นเหมือนตอง อย่าได้หมองเหมือนเถ่า อย่าได้เก่าเสียสี ให้...ชื่อนาค...มีตั้งแต่อายุวัณณัง สุขัง พลัง ขอให้ตั้งเที่ยงหมั่น ดอมท่าน จงเจริญเด้อ

สู่ขวัญทั่วไป

                                     

       มื้อนี้เป็นวันชอบมื้อประกอบวันดี สิได้กะทำลาบาศรีให้แก่........ในมื้อนี้ ให้อยู่ดีมีแฮง ให้กว้างให้ขวางให้สร้างลุกปลุกขึ้น แคล้วคลาดปลอดภัย ตั้งแฮกแต่นี้เมือหน้า หายทุกข์ หายโศก หายโรค หายภัย หายพยาธิโรคา นึกคิดสิ่งใด กะขอให้ได้ดั่งคำมักคำปรารถนา คิดเงินกะให้เจ้าได้เงิน คิดทองกะให้เจ้าได้ทอง เงินคำกองเหลือล้นให้เจ้าพ้นฝูงหมู่โรคา จัตตาโรธัมมา วัตทันติ อายุ วัณโณ สุขัง พะลัง หมั่นยืนๆ เด้อ

 

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ 3 จบ

 

       ศรี ศรี มื้อนี้แม่นมื้อสรรวันดีวันดิถีอมุตตโชค จตุโลกอาจองค์หลวง ทั้งปวงบรมเจ้าฟ้า เตโชกล้ากว่าผีทั้งหลาย จึงยังยายพระพรและข่วงคุ้มจงลงมากลุ้มฝูงคนทั้งหลาย ให้หายกังวนและเดือดฮ้อน สรรพโกยพญาติข้อนหายไป ทั้งภายในและภายนอกผัดเขตไว้กล่าวแสน พระวรแวนวิเศษ จบเพศพร้อมอาคม บรมบพิตรจงประสิทธิ์พระพรอันนี้ใส่หัวแห่งข้า เจ้าฟ้าข่วงสวรรค์ให้ข้านี้เป็นขุนเฮียกขวัญมาไต่เต้า เข้ามาอยู่เทียมตัว ทั้งขวัญหูและขวัญแก้ม ขวัญปากเย้มเจรจา ขวัญ๖และขวัญคิ้วขวัญนิ้วและขวัญแขน ขวัญขาแพนบ่าไหล่ ละมัยพร้อมและขวัญหู ขวัญดังดมดูกลิ่น หนักนิ่นพร้อมขวัญหัวใจ ขวัญภายในและภายนอก ขวัญขอกและขวัญกลาง ขวัญเอวบางกลมกิ่ว ขวัญท้องหิ้วฮาวนม ขวัญผมดำดูอาจ ข่อยจักเชิญทั้งท้าวยอดฟ้ามาซ่อยเฮียกขวัญ ขวัญเจ้าไปในดงก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าไปกดทรงอยู่ป่า ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าไปไกลสุดเขตประเทศเมืองผี ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าหนีไปเกิดดอมแม่ใหม่ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าไปเอากำเนิดที่ห่างไกล ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวํญฮู้ไต่ทางบนอลหลฮู้เที่ยว ขวัญฮู้เหนี่ยวชายหญิง ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าไปอฮู้เล่นดอมผี ขวัญไปเล่นคีรีและโป่งช้าง ขวัญเจ้าไปกล่าวอ้างนำเงือกนำงู ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าไปอยู่นำผีป่าช้าก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ว่ามาเยอขวัญเอ้ย มาเย้อขวัญเอ้ย เจ้าบ่มาเพิ่นสิไล่ซอกหาเจ้าดาย เจ้าบ่มาเทวดาสินำไปผูกเจ้าแหล่ว เจ้าบ่มาบ้วงตาดแคล้วท่านสิเหนี่ยว ขวัญเจ้ามา ว่ามาเยอขวัญเอ้ย มาเยอขวัญเอ้ย มาอยู่เฮือนเสาแก่นสะแนนเพียงเจ้าเน้อ มาอยู่เฮือนเสาแก้วอย่าคลาดแคล้วไปไกล มาอยู่หนักในเนื้อมาอยู่เฮ่อในคีงเจ้าเน้อ มาอยู่อีงเอื้อมไหล่ มาไต่เต้าสถานทองเจ้าเน้อ มาอยู่ปองสืบสร้างตุ้มไพร่บ้านและวงศา ทั้งทาสีทาสาข้อยข้า ทั้งช้างม้าหมู่วัวควาย ทั้งตายายและปู่ย่า ทั้งป้าอาและพ่อแม่เฒ่าแก่และขุมกวม ทั้งลูกหลานเหลนหลอด ปัดขอดซ้ำกันมา พาขวัญดาแต่งแล้วทั้งถ้วยแก้วและขวัญทอง ของดีดาทุกเยื่อง เครื่องไข่ใส่ในพามาลาหอมฮ้วงเฮ้า ข่อยจักเชิญขวัญเจ้าให้มาเสวย ให้ส่ำเบยบานยิ่ง พร้อมทุกสิ่งทุกประการ สถานเฮียงคู่ พร้อมกันอยู่ยืนยาว สมศรีพาวิลาส ทั้งข้าทาสบริวาร พยาธิอันตรธานหายไป สรรพภัยพ้นโสก ยกโยกกว้างให้ค่อยอยู่สวัสดีเท่าวัน และอันนี้พระยาอินทร์พระยาพรหม เพิ่นยังถอดพระคาถาให้อีกว่า ยถาวาริวะโห ปูโร สัพพะกาลัง นะขิยันติ อุอะมุมะ อายุ วัณโณ สุขัง พะลัง...........

สู่ขวัญงานแต่ง



มื้อนี้เป็นมื้อสันวันชอบ มื้อประกอบวันดี มื้อเศรษฐีราชาโชค สิได้กะทำลาบาศรี ให้แก่บ่าวสาวคือ....................ตลอดถึงญาติพี่น้องทั้งสองก้ำสองฝ่าย ได้ปลูกฝังตั้งแต่งให้ซุมเจ้าทั้งสองให้ได้เป็นคู่ผัวตัวเมีย ผัวแก้วเมียทิพย์ ผัวหยิบ เมียแส่ว ผัวถ่อเมียพาย ให้กว้างให้ขวาง ให้สร้างลุกปลุกขึ้น แคล้วคลาดปลอดภัย สร้างเพียงตีนกะให้ขึ้นเพียงหัว สร้างเพียงหัวกะให้ขึ้นเพียงเกล้า ให้หมั่นคงทะลงแก่น บ่ให้ปะให้ฮ้าง บ่ให้ฮ้างให้หม้าย บ่ให้ถ่ายหลายผัวหลายเมีย ให้เจียรกา สถาพรวิลาส อย่าได้บกเขินหาด อย่าได้ขาดเขินวัง สัพพะกาลังยังเต็มดีอยู่คือเก่า คีงของเจ้าสัดส่วนพอดี พี่น้องไกลแล่นมาฮอด มาฮอด แวได้อิ่มหนำสำราญ เลี้ยงบริวารได้พอฮ้อย เลี้ยงข่อยข้าได้พอพัน คือดั่งปลวกอยู่พื้น คูณอั่งเฮ็ดโพน คูณกันขึ้นคือเขาไกยะราช อย่าได้บกขาดแห่งคือแก้งลี่ผี กินอย่าได้บก จกอย่าได้แห่งเริงเรื่อยบ่ขาดเขิน ตั้งแฮกตั้งแต่นี้เมือหน้า หายทุกข์หายโศกหายโรคหายภัย หายพยาธิโรคา นึกคิดสิ่งได๋ก็ให้ได้ดั่งคำปรารถนา คิดเงินกะให้เจ้าได้เงิน คิดทองกะให้เจ้าได้ทอง เงินคำกองเหลือล้น ให้เจ้าพ้นจากฝูงหมู่โรคา จัดตาโรธัมมา วัตทันติ อายุวัณโณ สุขังพะลัง หมั่นยืนๆ เด้อ

 

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ 3 จบ

 

ศรี ศรี สิทธิพระพรบวรแวนวิเศษ อติเรกกะเตโช ชัยยะตุภะวัง ชัยยะมังคะลัง ตะโต โลกัง สุขัง พะลัง อะวาหา วิวาโห ชัยยะมหามงคลวันนี้แม่นวัน..........ขึ้น/แรม............เดือน........พุทธศักราชล่วงแล้ว.........พรรษากาล เป็นเดือนยามวันดี วันดีถีอมุตตะโชค โตกใบนี้แม่นโตกไม้จันทร์ ขันห้าใบนี้แม่นขันไม้แก้ว ขุนนางและพ่อแม่ปุนแปลงแล้วจึงได้แต่งพาขวัญ อยู่ซ่อนล่อนซ่ายล่าย มีทั้งฝ้ายผูกแขนแหวนใส่ก้อย ปัดน้อยสร้อยสังวาลย์ มงคลการอันประเสริฐ บุญแก้วเกิดนำพา วาสนามาส่งให้ ลุลาภได้สมดั่งปรารถนา บุบเพบุญตาสันนิวาส ธัมโมภาสแผ่ความดี บารมียู้ส่ง เป็นยอดป่งความเพียร ใจเสถียรมาพบพ้อ นางน้อยหน่อกัลยาณี งามโสภีศรีสะส่อน เนื้อเกลี้ยงอ่อนคมขำ มวยผมดำศรีสง่า ได้นามว่า นางสาว..........งามโสภีส่งยู้ ได้พบคู่สมใจงามสดใสเพริดแพร้ว ได้เจ้าบ่าวนามว่านาย.......เป็นคู่แก้วผัวขวัญ จบกระบวนถ้วนถี่ พวกน้องพี่ปรีดา บุญนำพา วาสนาส่งยู้ บ่ได้มีหัวปู้ปัญญา ได้ภรรยาอันงามค่อง ใสอ่องต่องจรรยา บุญนำพาอนันเนก ได้ภิเษกมงคล ได้อาราธนาพระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์ งามมงคลคำสอนของพระพุทธเจ้า ให้สำเร็จดั่งคำกล่าวเว้าทุกสิ่งอัน  ทั้ง..นาย..ผู้เป็นเจ้าบ่าว บุญจ่องน้าวนำชู อีกทั้งยอดพธู นางสาว......เสมอดั่งลาภยศสรรเสริญสุข ขอให้หลั่งเทมาอยู่ทุกเมื่อ ทุกกาล ทุกวัน ทุกยาม ตรามจิรัฐฐิติกาล เหิงยาวนานสืบต่อไปก็ปู่เทอญ

มาบัดนี้ ทุกฝ่ายมีแต่ความปรีดีศรีวิเศษ ปรารภเหตุแห่งมงคลกาลมงคลงามการสมรส บ่หลีกลดประเพณีได้กะทำลาบาศรี เพื่อให้เป็นมังคะละดีอันประเสริฐ บุญแก้วเกิดสมภาร จึงได้พากันขนขวยหาอาหารเหลือหลายหลาก สัพพภาคพร้อมทุกสิ่งอัน  มีทั้งพูพันและหมากจีบ ฟ้าววางฮีบเดาดา มาลาหอมฮ่วงเฮ่า ข้าวต้มกล้วยบายศรี มีทั้งไข่หน่วยดีเกลี้ยงปลอด มีทั้งกากุลา ไก่ตัวผู้โอก แต่งใส่โตกสวยลวย งามอวยฮวยเลิศแล้ว เหล้าก่องแก้วใส่พาขวัญ สัพปาอาหารมีหลากหลาย หาได้มากประมวลมา แต่งใส่พาปะไว้เทิงเสื่อ ตั้งแม่นเมื่อยามดี มีสีใสบ่เศร้า มาบัดนี้ จึงได้ไปอาราธนาเอาอาจารย์เจ้าผู้ฉลาด มานั่งสาดเอิ้นเชิญขวัญ ว่ามาพลันอย่าช้า เชิญเอาทั้งขวัญหน้า ขวัญตาคิ้วก่องๆ ขวัญเจ้าพลัดกะละแม่นพรากบ้านนานแล้วให้ต่าวมา ให้ต่าวมา เด้อเด้อ ว่ามาเย้อขวัญเอ้ย ขวัญตกบกก็ให้พากันออก ขวัญเจ้าตกหมอกก็ให้พากันลุก ขวัญเจ้าตกฮูก็ให้พากันพ้น ขวัญเจ้านี้อย่าได้ไปอยู่ข้น ในห้วยแกมปูแกมปลา ว่ามาเยือขวัญเอ้ย ขวัญผู้เป็นกากนั้นให้เจ้ามาอยู่แวนไว ขวัญผุ้เป็นหวัดและเป็นไอให้เจ้ามาอยู่ห้วนเห้า มีทั้งขวัญผู้เฒ่าๆ นั้นนะให้ค่อยชัก ไม้ค้อนเท้าตามหลังมาอยู่จุบๆๆๆ ว่าเดอเด้อขวัญเอ้ย มานำทางเป็นคนท่อง มานำท่องเป็นคนถาง มานำทางเส้นกว้างไม้ขวยข่วงหนามหนา บัดว่าน้ำล้นห้วยขอให้ขวัญเจ้านี้ค่อยลอยมา เย้อๆๆ บัดว่าน้ำท่วมภูท่วมดอยขวัญเจ้านี้ขี่เฮือไม้งิ้ว ลมพัดสีกิ้วๆ โอ้ยขวัญเจ้า ให้ต่าวมาๆๆ เด้อ ว่ามาเยื้อขวัญเอ้ย ให้ขวัญเจ้านี้นะมา กินชิ้นปลาตัวโตท่อคอนาค ให้ขวัญเจ้านี้นานี้น่าๆๆ มากินชิ้นปลาปากตัวท่อคอเฮือ ให้ขวัญเจ้าน่าๆๆ มากินชิ้นปลาเสือตัวท่อคอม้า ว่ามาเยื้อขวัญเอ้ย ว่าบาดว่าฮอดเดือนหกฝนตกลงมาอยู่จี้จ้น ขวัญเจ้านี้จักไป อยู่ซ้น สายคาเฮือนใต้ป่องล่อผู้ได๋เด้ขวัญเอ้ย ขวัญเจ้านี้จักไปยืนยื้ดยื้อเฮือนเย้าเพิ่น ผู้ได๋ นั่นล่ะนาขวัญเอ้ยนา ว่ามาเยื้อๆ ว่าดั่งนั้นแล้วก็จึงบายเอาฝ้ายอ้อมแก้วมงคล บุญคุณดีความงามดูอาจ ผูกแขนลาดเอาขวัญ ว่ามาเยื้อ คั้นแม่นผูกเบื้องซ้ายขอให้ขวัญพวกเจ้า นี้มาเย้อ คันแม่นผูกเบื้องขวาขอให้ขวัญพวกเจ้า นี้อยู่ ให้เป็นคู่เฮียงสอง ให้ปองดองฮักห่อ อยู่นำพ่อคูณเฮือน หลายปีเดือนให้เจ้าได้ลูกน้อย ทั้งข้อยข้าแลเงินคำ มีผู้นำเงินล้าน มีผู้ให้บ้าน หลังงาม มีนาทามพันไฮ่ มีหมูหมาเป็ดไก่ช้างม้าและงัวควาย นอนตื่นสวยให้เจ้าได้เงินล้าน ออกจากบ้านอย่าได้มีศัตรู ให้มีผู้ส่อยซูขนหาบ  มีโชคลาภเนืองนอง มีข้าวของเต็มอั่ง ให้เจ้าได้นั่งเป็นเศรษฐี สองสามีจงควรคู่ ให้ทั้งสองเจ้าอยู่ถาวร ยามกินนอนอย่าอืดอยาก ของเหลือปากโภชนะอาหาร มีลูกหลานเต็มเหลือหลาก อย่าอึดอยากแนวได๋ ให้ไปไวมาค่อง ให้ได้ท่องศีลธรรม จ่มมำๆ ไหว้พระเจ้า ให้เป็นพ่อเฒ่าแม่เฒ่าทั้งสอง ได้ครองคู่ยืนนาน ตราบจีรัฐติกาลเหิงยามนานสืบต่อไปก็ปู่เทอญ ว่าแล้วตั้งแฮกตั้งแต่ในกาลนี้ หนีเมือหน้าเจ้าอย่าถ่อยช้าเสียสี ให้พวกเจ้าถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร ให้พวกเจ้า มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง คำเคืองอย่าได้พ้อ ให้พวกเจ้ามีอายุยืนยาวอย่าได้สั้น หมั่นให้พวกเจ้าหมั่นปานง่ามเขากวาง หมั่นให้พวกเจ้าหมั่นปานคางหมูถอกเถื่อน หมั่นให้พวกเจ้าหมั่นปานเถื่อนสร้างโฮง หมั่นให้พวกเจ้าหมั่นปานโปงสร้างหล่อ หมั่นให้เจ้าหมั่นปานก้อนหินแดง แข็งให้พวกเจ้าแข็งปานก้อนหินลาด สูงเทียมอาสเขาสะเมนใหญ่เพียงตอขวัญพวกเจ้านี้อย่าหัก ใหญ่เพียงหลักขวัญพวกเจ้าอย่าได้ก่น อย่าได้หม่นเหมือนตอง อย่าได้หมองเหมือนเถ่า อย่าได้เก่าเสียสี ให้เจ้าบ่าวคือนาย.....และเจ้าสาวคือนางสาว....ที่ได้แต่งงานในมื้อนี้ มีตั้งแต่อาวุวัณณัง มีสุขัง พลัง ขอให้ตั้งเที่ยงหมั่น สองท่าน  จงเจริญ เด้อ

 

กลอนสอนใภ้สอนเขย (หลังจากผูกแขนและป้อนไข่เสร็จ)

       บัดนี้ สองเขือเจ้าหากเอากันเป็นคู่ อยู่นำกันสืบสร้างเฮือนเย้าให้ฮุ่งเฮือง ตามเหตุเบื้องโบราณท่านได้กล่าว ไผทำดีจึงจะได้เจริญขึ้นแม่นลื่นคน ความอับจนบ่มาใกล้ความจัญไรก็เหินห่าง ยุท่างสุขอยู่สร้างลางฮ้ายให้หน่ายหนี เพิ่นว่าเป็นผัวเมียนี้ หากมีแนวมาน้าวจ่อง สายสะแนนเกี่ยวข้องนำป้องอยู่บ่วาง จึงได้เทียวทางพ้อเห็นกันปั้นเข้าใส่ จึงได้มาอยู่ใกล้เป็นคู่อยู่ดอม บัดนี้แนวใดๆ กะพร้อมตามฮีตประเพณี มีแต่ดีๆ เบิดบ่มีแนวฮ้าย บัดนี้ลงลายม้วนบรบวนตามฮีต เป็นผัวเมียถืกต้องคองเค้าแต่เก่าหลัง ฟังคำสอนเด้อหล้าขวัญตาทั้งคู่ ผัวแก่นจันทร์เมียแก่นคู่เป็นคนฮู้อย่าลื่นคอง ให้ผัวเป็นพี่เมียเป็นน้องให้เว้าค่องความกันเด้อนางเด้อ ให้ผัวเป็นพี่เมียเป็นน้องให้เว่าค่องความกันเด้อชายเด้อ อย่าสิดันไปคนทางสิขาดกลางลงม้วน เพิ่นว่าการเป็นผัวเป็นเมียนี้ให้มีดีตั้งร้อยเทื่อ ให้กว่าผัวให้ดีกว่าเมีย ไปอีกส่ำจึงคูณค้ำสิฮุ่งเฮือง ตามฮีตเบื้องเครือญาติวงศา ญาติทางผัวญาติทางภรรยา อย่าหมิ่นแคลนความฮ้าย สายทางผัวสายทางเมียให้ถือหมั่นให้สำคัญคือเรื่องอื่น อย่าสิผิดลบหลู่บู่ดั้นแม่นลื่นครอง ให้เคารพพ่อแม่พี่น้องปู่ย่าตายาย กลายไปมามองเห็นอย่าสิแพงความเว้า คั้นเห็นว่าเพิ่นเป็นคนเฒ่าให้ยอคุณเอิ้นพ่อแม่ ใหญ่ให้ว่าลุง สูงให้ว่าป้า พอเป็นน้าหลานน้อยให้เบิ่งเอา คำปากเว้าให้เจ้าคอบครองเมียเด้อนางเด้อ คำปากเว้าให้เจ้าคอบครองผัวเด้อชายเด้อ อย่าสิเลยตามเลยล่วงเกินเลินเล่อ อย่าสุเผลความเว้าหนักเบาสูงต่ำ คำปากบ่ได้ซื้อจาเว้าให้อ่อนหวาน เจ้าอย่าได้เกียจคร้านงานเวียกฮู้จักเฮ็ด ทำให้เสร็จการงานอย่าปล่อยปะละเว้น พวกเจ้าอย่าสุมัวความเล่นปะงานขี้คร้านใหญ่ ความจัญไรเดือดร้อนสิโฮมไหม้จี่เผา มันสิติดไปฮอดลูกเต้าความชั่วมัวหมอง ตรองให้มันคักๆ ฮักดีให้อดกลั้น ให้พวกเจ้ามีขันติหมั่นอย่าผันแปลเป็นขันแตก อย่าสิแหกออกฮั้วหนามติ้วสิตอกตา ตามตำราไขชี้อุดมดีสุดยอด จั่งสิปลอดอ้อยซ้อยเต็มร้อยแม่นแห่งญิง จั่งสิปลอดอ้อยซ้อยเต้มร้อยแม่นแห่งชาย เอาละน้อเว้าไปหลายมันกว้างดวงธรรมบ่ฮู้อิ่ม ซิมแต่พอย่อๆ พอฮู้ฮ่อมกระบวน บัดนี้มันหากสมควรม้วน คำสอนม้วนไว้ก่อน ขอจบลงไว้ท่อนี้เวลาหน่อย หากบ่หลายนั้นล่ะ ว่าท่านเอ้ย

 

แหล่พระคุณแม่ สอนนาค

            กตัญญู กตเวทีตั้ง นั้นมีมาประจำโลกไผผู้ถือยึดมั่นสำคัญไว้ที่ใจ เป็ฯธรรมะบอกไว้เป็นเครื่องยึดของบุตร ขุดบ่ถึงถมบ่เต็มดั่งเพิ่นเทศนาชี้ ชื่อว่าคุณความดีนั้นคั้นไผมีบ่ตกต่ำ สิทำหยังกะหากรุ่ง เจริญขึ้นฮุ่งเฮือง เพิ่นว่าคนเฮานี้เกิดมาต้องมีแม่โยมเอย คันบ่มีแม่แท้สังสิได้เกิดมา คุณแม่มีล้นฟ้าหนักลื่นภูผา บ่อาจเอาหยังมาชั่งชาเทียมได้ ไผผู้ลืมคุณแก้วมารดาผู้เป็นแม่ ตกนรกเที่ยงแท้ คราวหน้าแน่นอน ได้รับความเดือดร้อนฮ้อนฮ่งบ่มีหายตกอบายอเวจีแม่นบ่มียามแล้ว มารดาแก้วมุคณอนันต์เนกบ่อาจนับอ่านถ้วนคุณแก้วแม่คิง แม่นสิเอาแผ่นฟ้าเป็นกระดาษฮองเขียน เอาภูเขาเป็นปากกาขีดเขียนพระคุณเจ้าเอานทีธารน้ำสมุทรโทกว้างใหญ่มาเป็นหมึกขีดแต้ม พระคุณเจ้ากะบ่พอ คุณแม่หลายกะด้อคุณของพ่อกะคือกัน อนันตังอสงไขยนับบ่ไหวพระคุณท่าน หาประมาณบ่มีได้แนวใดบ่มีท่อ ขอให้พวกพี่น้องประคองไว้อย่าลบคุณ ตั้งแต่มื้อเกิดพุ้นคุณแม่ดูแล คอยถนอมบุตราอยู่สู่วันแลงเช้า คุณแม่คองคอยเฝ้าถนอมเอาลูกซ่อย คุณแม่เลี้ยงแต่น้อยจนได้ใหญ่มา คุณแม่หาของป้อนแต่ยังนอนอยู่ในอู่ ยังบ่ฮู้เหตุได้เฮไห้แอ่วนม คุณแม่โจมหัวขึ้นมืนตาดูพอฮิมหี่ คุณแม่วีไล่ฮี้นยุงไว้บ่ให้ตอม คุณแม่หอมดมแก้มแนมดูลูกยังอ่อน คุณแม่หย่ำข้าวป้อนยามย้อนแม่กะวี นอกจากนี้ขี้เหยี่ยวกะเทียวบาย เหม็นปานใดกะฟูมฟายเช็ดถูให้ดูเกลี้ยง คุณแม่อดสาเลี้ยงบุตราจนว่าใหญ่จนว่าได้ปากเว้าพระคุณเจ้าก็เล่าสอน สอนให้หัดเฮียนเอิ้น สอนให้ยืนให้เดิน สอนให้เอิ้นพ่อแม่ สอนให้เอิ้นเฒ่าแก่ เอิ้นพ่อแม่พี่น้องถุงป้าย่ายาย สอนให้เอิ้นน้องอ้ายเอิ้นปู่ย่าตายาย ให้รู้จักจับบายเวียกงานการสร้าง สอนในทางเรียนรู้ ก.กา ก.ไก่ ผู้จักน้อยจักใหญ่ ให้ผู้จักปากเว้าพระคุณเจ้าพ่อแม่สอน กินบ่เป็นแม่กะป้อน นอนบ่เป็นแม่กะกล่อม เพียรถนอมจนใหญ่กล้ามาแล้ว ผัดว่าโต พ่อแม่โซจนว่าเฒ่าหาให้กินบ่เซาคอบว่าเจ้าเป็นห่วง ลูกเป็นพั้วเป็นพวงพ่อแม่เลี้ยงหล่กได้ให้เพียงก้ำเกิ่งกัน แม่กินข้าวมือละปั้นจ้ำแจ่วกับโฮยเกลือ เหลือจากบุตราตนอิ่มเต็มจั๋งเล็มก้าง หาสตางค์ให้บุตรใช้ หาอัดไพให้ลูกจ่าย อยากเป็นเจ้าเป็นนาย เป็นตำรวจกวดขี้ม้าก็พาสู้หมู่ทหาร อยากเฮ็ดเวียกอยู่บ้านก็พาอ่านให้ทำนา อยากศึกษาเรียนมนต์เป็นช่างกลการค้า อยากศึกษาเรียนรู้เป็นครูเป็นแพทย์ใหญ่ แม่ก็ตามเอ็ดได้หาให้คู่สู่แนวเลี้ยงใหญ่แล้วผัดลืมแม่มารดา หนีไปมีภรรยาผัดเล่าลืมสองเฒ่า เอาเมียแล้วผัดลืมคุณปละปล่อย ไปเอาผัวแล้วกระจ้อยลืมเฒ่าบ่อาวหา ยามเพิ่นทุกข์น่าจั่งฟ้าวแล่นมาขอ ให้ท่อใดกะบ่พอแล่นมาขอเรื่อย มีเงินทองแม่ปันให้ของแนวใดแม่ป้อนสู่ ลูกผู้น้อยผู้ใหญ่เที่ยวมาไถให้บ่อั้นเหมิดแล้วผัดแอ่วมูล ผู้อยู่ใกล้กะวุ่น ผู้อยู่ไกลกะวุ่น มาขอแอ่วแต่แนวเดียวบ่มีไผสิมาเหลียวแม่ผู้เดียวผัดลืมจ้อย คอยแต่ทางสิมาเว้าขอเอามูลแต่นำแม่ ยามเพิ่นเฒ่าเพิ่นแก่แม่ผู้เดียวเลี้ยงบ่ได้ไถแล้วผัดบ่แทน โลดคาแค้นอยู่หว่างคอ นั้นล่ะน่า ลูกคำเอ้ย...


สู่ขวัญข้าราชการหญิงเกษียณอายุ



       ศรีๆ สวัสดีชมชื่น ฟ้าฮ้องครืนๆ เอาชัย เสียงดังไปอยู่บ่ขาด มหาสังกาดเปลี่ยนราศี เป็นฤดูกาลแถมถ่าย พระสุริยะอาทิตย์ย้ายเข้าสู่....ราศี เป็นวันดีอันประเสริฐ ฝูงข้าทั้งหลาย ทั้งตายายและพ่อแม่ ทั้งเฒ่าแก่และมิตรสหาย ทั้งเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ ลูกน้องหลายพร่ำพร้อม มานั่งล้อมอ้อมอยู่พาขวัญ บางผ่องพันหมากพลูกบุหรี่ บางผ่องปิ้งจี่ปูปลาอาหาร บางผ่องตกแต่งพานบายศรี บางผ่องแต่งโตดีต้อนรับแขก บางผ่องย่างแจกข้าวปลาอาหาร บางผ่องเตรียมของขวัญไว้มอบ บางผ่องจอบพิธีกรเอิ้นฮ้องเพลง บางผ่องเตรียมบรรเลงขับกล่อม บางผ่องซ้อมฟ้อนอวยพร บางผ่องเป็นพิธีกรเสียงหล่อ ล้วนมีใจจดจ่อฮ่วมพิธีบายศรีสู่ขวัญ ท่าน...........ซึ่งเกษียณอายุราชการในมื้อนี้วันนี้

       บัดนี้ จักขออัญเชิญเทพเจ้าผู้มีฤทธิ์ ที่สถิตอยู่ในสากลจักรวาล ได้โปรดดลบันดาลให้ ท่าน...............ผู้เกษียณอายุราชการในมื้อนี้ พร้อมครอบครัว จงอยู่ดีเฮืองฮุ่ง ยศศักดิ์พุ่งล้ำเลิศ เงินคำแก้วเกิดอนันตัง อธิปะตัยยังองอาจ      บ่คลาดแคล้วความดี สมบัติมีหลั่งเข้า ให้เจ้ามีอายุยืนยาวบ่น้อย ห้าร้อยปี         บ่แก่เฒ่า คำเว้าเจ้าให้ศักดิ์สิทธิ์ ปสิทธิเตโจ ปสิทธิ มังคโล มหาชัยโย ขออัญเชิญสิริมงคล มาโฮมเต้า มาโฮมเจ้าตลอดกาล ...มาเยอ ขวัญเอย

       ขวัญเจ้าไปมุดสระน้ำใหญ่กินปลา ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าไปอยู่นากินข้าว ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าไปกินข้าวตามห้องอาหาร ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าไปนมัสการพระธาตุเจดีย์ ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าหนีไปเที่ยวต่างประเทศ ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าไปฟังเทศน์ฟังธรรม ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้...มาเยอ ขวัญเอย

       ยามเมื่อตาเว็นตกลับป่าแซง ยามเมื่อตาเว็นแดงลับป่าไม้ ขวัญเจ้าไปอยู่หนเหนือหรือใต้ ก็ให้ฮีบมาเทียมคีงอย่าช้า ขวัญเจ้าไปอยู่ฟากฟ้าแดนไกล ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้ายังอาลัยนำที่ทำงาน ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าไปสำราญนำหมู่ ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าไปนอนอยู่รีสอร์ตโรงแรม ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้...มาเยอ ขวัญเอย

       ขวัญเจ้ามาฮอดกลางไฮ่อย่าได้ซ้นป่าหญ้าคา มาฮอดกลางนาอย่าได้ซ้นป่าข้าว มาฮอดเหง่าไม้อย่าได้ทอดหัวนอน มาคอนๆ อย่าได้ซ้นป่าใหญ่ ให้ฟ้าวมาไวๆ อย่าช้า ฝนตกอย่าไปทางหน้า ฟ้าฮ้องเจ้าอย่าเดินทางไกล เป็นจั่งใดให้กลับมาอยู่บ้าน ขี่คร้านให้เจ้านอนอยู่เทิงเฮือน สิ้นเดือนให่เจ้าได้บำนาญเต็ม อย่ากินเค็มหลายเด้อมันสิเป็นโรคไต เฮ็ดอันใดกะให้ก้าวหน้า ค้าขายกำไรงาม ความเจ็บเจ้าอย่าได้ ความไข้เจ้าอย่ามี ให้ได้เป็นมหาเศรษฐี มีอายุยืนยาวยิ่ง ได้มีเป็นทุกสิ่งสมปรารถนา มีพลานามัยแข็งแฮงบ่แก่เฒ่า เงินทองไหลหลั่งเข่าโฮมเจ้าสู่วัน สารพันทรัพย์สมบัติพัสถาน เฮือนชานบ้านรถ บริบูรณ์หมดทุกสิ่งทุกอัน...ก็ข้าเทอญ

       เอหิตาตะ ปิยะ ปุตตา ปูเรถะ ปารมี หะทะยัง เมพิสัญ เจถะ กะโรถะ

วะจะนัง มะมะ อายุวัณโณ สุขัง พะลัง