วันพฤหัสบดีที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2565

สู่ขวัญทั่วไป

                                     

       มื้อนี้เป็นวันชอบมื้อประกอบวันดี สิได้กะทำลาบาศรีให้แก่........ในมื้อนี้ ให้อยู่ดีมีแฮง ให้กว้างให้ขวางให้สร้างลุกปลุกขึ้น แคล้วคลาดปลอดภัย ตั้งแฮกแต่นี้เมือหน้า หายทุกข์ หายโศก หายโรค หายภัย หายพยาธิโรคา นึกคิดสิ่งใด กะขอให้ได้ดั่งคำมักคำปรารถนา คิดเงินกะให้เจ้าได้เงิน คิดทองกะให้เจ้าได้ทอง เงินคำกองเหลือล้นให้เจ้าพ้นฝูงหมู่โรคา จัตตาโรธัมมา วัตทันติ อายุ วัณโณ สุขัง พะลัง หมั่นยืนๆ เด้อ

 

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ 3 จบ

 

       ศรี ศรี มื้อนี้แม่นมื้อสรรวันดีวันดิถีอมุตตโชค จตุโลกอาจองค์หลวง ทั้งปวงบรมเจ้าฟ้า เตโชกล้ากว่าผีทั้งหลาย จึงยังยายพระพรและข่วงคุ้มจงลงมากลุ้มฝูงคนทั้งหลาย ให้หายกังวนและเดือดฮ้อน สรรพโกยพญาติข้อนหายไป ทั้งภายในและภายนอกผัดเขตไว้กล่าวแสน พระวรแวนวิเศษ จบเพศพร้อมอาคม บรมบพิตรจงประสิทธิ์พระพรอันนี้ใส่หัวแห่งข้า เจ้าฟ้าข่วงสวรรค์ให้ข้านี้เป็นขุนเฮียกขวัญมาไต่เต้า เข้ามาอยู่เทียมตัว ทั้งขวัญหูและขวัญแก้ม ขวัญปากเย้มเจรจา ขวัญ๖และขวัญคิ้วขวัญนิ้วและขวัญแขน ขวัญขาแพนบ่าไหล่ ละมัยพร้อมและขวัญหู ขวัญดังดมดูกลิ่น หนักนิ่นพร้อมขวัญหัวใจ ขวัญภายในและภายนอก ขวัญขอกและขวัญกลาง ขวัญเอวบางกลมกิ่ว ขวัญท้องหิ้วฮาวนม ขวัญผมดำดูอาจ ข่อยจักเชิญทั้งท้าวยอดฟ้ามาซ่อยเฮียกขวัญ ขวัญเจ้าไปในดงก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าไปกดทรงอยู่ป่า ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าไปไกลสุดเขตประเทศเมืองผี ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าหนีไปเกิดดอมแม่ใหม่ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าไปเอากำเนิดที่ห่างไกล ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวํญฮู้ไต่ทางบนอลหลฮู้เที่ยว ขวัญฮู้เหนี่ยวชายหญิง ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าไปอฮู้เล่นดอมผี ขวัญไปเล่นคีรีและโป่งช้าง ขวัญเจ้าไปกล่าวอ้างนำเงือกนำงู ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าไปอยู่นำผีป่าช้าก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ว่ามาเยอขวัญเอ้ย มาเย้อขวัญเอ้ย เจ้าบ่มาเพิ่นสิไล่ซอกหาเจ้าดาย เจ้าบ่มาเทวดาสินำไปผูกเจ้าแหล่ว เจ้าบ่มาบ้วงตาดแคล้วท่านสิเหนี่ยว ขวัญเจ้ามา ว่ามาเยอขวัญเอ้ย มาเยอขวัญเอ้ย มาอยู่เฮือนเสาแก่นสะแนนเพียงเจ้าเน้อ มาอยู่เฮือนเสาแก้วอย่าคลาดแคล้วไปไกล มาอยู่หนักในเนื้อมาอยู่เฮ่อในคีงเจ้าเน้อ มาอยู่อีงเอื้อมไหล่ มาไต่เต้าสถานทองเจ้าเน้อ มาอยู่ปองสืบสร้างตุ้มไพร่บ้านและวงศา ทั้งทาสีทาสาข้อยข้า ทั้งช้างม้าหมู่วัวควาย ทั้งตายายและปู่ย่า ทั้งป้าอาและพ่อแม่เฒ่าแก่และขุมกวม ทั้งลูกหลานเหลนหลอด ปัดขอดซ้ำกันมา พาขวัญดาแต่งแล้วทั้งถ้วยแก้วและขวัญทอง ของดีดาทุกเยื่อง เครื่องไข่ใส่ในพามาลาหอมฮ้วงเฮ้า ข่อยจักเชิญขวัญเจ้าให้มาเสวย ให้ส่ำเบยบานยิ่ง พร้อมทุกสิ่งทุกประการ สถานเฮียงคู่ พร้อมกันอยู่ยืนยาว สมศรีพาวิลาส ทั้งข้าทาสบริวาร พยาธิอันตรธานหายไป สรรพภัยพ้นโสก ยกโยกกว้างให้ค่อยอยู่สวัสดีเท่าวัน และอันนี้พระยาอินทร์พระยาพรหม เพิ่นยังถอดพระคาถาให้อีกว่า ยถาวาริวะโห ปูโร สัพพะกาลัง นะขิยันติ อุอะมุมะ อายุ วัณโณ สุขัง พะลัง...........

สู่ขวัญงานแต่ง



มื้อนี้เป็นมื้อสันวันชอบ มื้อประกอบวันดี มื้อเศรษฐีราชาโชค สิได้กะทำลาบาศรี ให้แก่บ่าวสาวคือ....................ตลอดถึงญาติพี่น้องทั้งสองก้ำสองฝ่าย ได้ปลูกฝังตั้งแต่งให้ซุมเจ้าทั้งสองให้ได้เป็นคู่ผัวตัวเมีย ผัวแก้วเมียทิพย์ ผัวหยิบ เมียแส่ว ผัวถ่อเมียพาย ให้กว้างให้ขวาง ให้สร้างลุกปลุกขึ้น แคล้วคลาดปลอดภัย สร้างเพียงตีนกะให้ขึ้นเพียงหัว สร้างเพียงหัวกะให้ขึ้นเพียงเกล้า ให้หมั่นคงทะลงแก่น บ่ให้ปะให้ฮ้าง บ่ให้ฮ้างให้หม้าย บ่ให้ถ่ายหลายผัวหลายเมีย ให้เจียรกา สถาพรวิลาส อย่าได้บกเขินหาด อย่าได้ขาดเขินวัง สัพพะกาลังยังเต็มดีอยู่คือเก่า คีงของเจ้าสัดส่วนพอดี พี่น้องไกลแล่นมาฮอด มาฮอด แวได้อิ่มหนำสำราญ เลี้ยงบริวารได้พอฮ้อย เลี้ยงข่อยข้าได้พอพัน คือดั่งปลวกอยู่พื้น คูณอั่งเฮ็ดโพน คูณกันขึ้นคือเขาไกยะราช อย่าได้บกขาดแห่งคือแก้งลี่ผี กินอย่าได้บก จกอย่าได้แห่งเริงเรื่อยบ่ขาดเขิน ตั้งแฮกตั้งแต่นี้เมือหน้า หายทุกข์หายโศกหายโรคหายภัย หายพยาธิโรคา นึกคิดสิ่งได๋ก็ให้ได้ดั่งคำปรารถนา คิดเงินกะให้เจ้าได้เงิน คิดทองกะให้เจ้าได้ทอง เงินคำกองเหลือล้น ให้เจ้าพ้นจากฝูงหมู่โรคา จัดตาโรธัมมา วัตทันติ อายุวัณโณ สุขังพะลัง หมั่นยืนๆ เด้อ

 

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ 3 จบ

 

ศรี ศรี สิทธิพระพรบวรแวนวิเศษ อติเรกกะเตโช ชัยยะตุภะวัง ชัยยะมังคะลัง ตะโต โลกัง สุขัง พะลัง อะวาหา วิวาโห ชัยยะมหามงคลวันนี้แม่นวัน..........ขึ้น/แรม............เดือน........พุทธศักราชล่วงแล้ว.........พรรษากาล เป็นเดือนยามวันดี วันดีถีอมุตตะโชค โตกใบนี้แม่นโตกไม้จันทร์ ขันห้าใบนี้แม่นขันไม้แก้ว ขุนนางและพ่อแม่ปุนแปลงแล้วจึงได้แต่งพาขวัญ อยู่ซ่อนล่อนซ่ายล่าย มีทั้งฝ้ายผูกแขนแหวนใส่ก้อย ปัดน้อยสร้อยสังวาลย์ มงคลการอันประเสริฐ บุญแก้วเกิดนำพา วาสนามาส่งให้ ลุลาภได้สมดั่งปรารถนา บุบเพบุญตาสันนิวาส ธัมโมภาสแผ่ความดี บารมียู้ส่ง เป็นยอดป่งความเพียร ใจเสถียรมาพบพ้อ นางน้อยหน่อกัลยาณี งามโสภีศรีสะส่อน เนื้อเกลี้ยงอ่อนคมขำ มวยผมดำศรีสง่า ได้นามว่า นางสาว..........งามโสภีส่งยู้ ได้พบคู่สมใจงามสดใสเพริดแพร้ว ได้เจ้าบ่าวนามว่านาย.......เป็นคู่แก้วผัวขวัญ จบกระบวนถ้วนถี่ พวกน้องพี่ปรีดา บุญนำพา วาสนาส่งยู้ บ่ได้มีหัวปู้ปัญญา ได้ภรรยาอันงามค่อง ใสอ่องต่องจรรยา บุญนำพาอนันเนก ได้ภิเษกมงคล ได้อาราธนาพระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์ งามมงคลคำสอนของพระพุทธเจ้า ให้สำเร็จดั่งคำกล่าวเว้าทุกสิ่งอัน  ทั้ง..นาย..ผู้เป็นเจ้าบ่าว บุญจ่องน้าวนำชู อีกทั้งยอดพธู นางสาว......เสมอดั่งลาภยศสรรเสริญสุข ขอให้หลั่งเทมาอยู่ทุกเมื่อ ทุกกาล ทุกวัน ทุกยาม ตรามจิรัฐฐิติกาล เหิงยาวนานสืบต่อไปก็ปู่เทอญ

มาบัดนี้ ทุกฝ่ายมีแต่ความปรีดีศรีวิเศษ ปรารภเหตุแห่งมงคลกาลมงคลงามการสมรส บ่หลีกลดประเพณีได้กะทำลาบาศรี เพื่อให้เป็นมังคะละดีอันประเสริฐ บุญแก้วเกิดสมภาร จึงได้พากันขนขวยหาอาหารเหลือหลายหลาก สัพพภาคพร้อมทุกสิ่งอัน  มีทั้งพูพันและหมากจีบ ฟ้าววางฮีบเดาดา มาลาหอมฮ่วงเฮ่า ข้าวต้มกล้วยบายศรี มีทั้งไข่หน่วยดีเกลี้ยงปลอด มีทั้งกากุลา ไก่ตัวผู้โอก แต่งใส่โตกสวยลวย งามอวยฮวยเลิศแล้ว เหล้าก่องแก้วใส่พาขวัญ สัพปาอาหารมีหลากหลาย หาได้มากประมวลมา แต่งใส่พาปะไว้เทิงเสื่อ ตั้งแม่นเมื่อยามดี มีสีใสบ่เศร้า มาบัดนี้ จึงได้ไปอาราธนาเอาอาจารย์เจ้าผู้ฉลาด มานั่งสาดเอิ้นเชิญขวัญ ว่ามาพลันอย่าช้า เชิญเอาทั้งขวัญหน้า ขวัญตาคิ้วก่องๆ ขวัญเจ้าพลัดกะละแม่นพรากบ้านนานแล้วให้ต่าวมา ให้ต่าวมา เด้อเด้อ ว่ามาเย้อขวัญเอ้ย ขวัญตกบกก็ให้พากันออก ขวัญเจ้าตกหมอกก็ให้พากันลุก ขวัญเจ้าตกฮูก็ให้พากันพ้น ขวัญเจ้านี้อย่าได้ไปอยู่ข้น ในห้วยแกมปูแกมปลา ว่ามาเยือขวัญเอ้ย ขวัญผู้เป็นกากนั้นให้เจ้ามาอยู่แวนไว ขวัญผุ้เป็นหวัดและเป็นไอให้เจ้ามาอยู่ห้วนเห้า มีทั้งขวัญผู้เฒ่าๆ นั้นนะให้ค่อยชัก ไม้ค้อนเท้าตามหลังมาอยู่จุบๆๆๆ ว่าเดอเด้อขวัญเอ้ย มานำทางเป็นคนท่อง มานำท่องเป็นคนถาง มานำทางเส้นกว้างไม้ขวยข่วงหนามหนา บัดว่าน้ำล้นห้วยขอให้ขวัญเจ้านี้ค่อยลอยมา เย้อๆๆ บัดว่าน้ำท่วมภูท่วมดอยขวัญเจ้านี้ขี่เฮือไม้งิ้ว ลมพัดสีกิ้วๆ โอ้ยขวัญเจ้า ให้ต่าวมาๆๆ เด้อ ว่ามาเยื้อขวัญเอ้ย ให้ขวัญเจ้านี้นะมา กินชิ้นปลาตัวโตท่อคอนาค ให้ขวัญเจ้านี้นานี้น่าๆๆ มากินชิ้นปลาปากตัวท่อคอเฮือ ให้ขวัญเจ้าน่าๆๆ มากินชิ้นปลาเสือตัวท่อคอม้า ว่ามาเยื้อขวัญเอ้ย ว่าบาดว่าฮอดเดือนหกฝนตกลงมาอยู่จี้จ้น ขวัญเจ้านี้จักไป อยู่ซ้น สายคาเฮือนใต้ป่องล่อผู้ได๋เด้ขวัญเอ้ย ขวัญเจ้านี้จักไปยืนยื้ดยื้อเฮือนเย้าเพิ่น ผู้ได๋ นั่นล่ะนาขวัญเอ้ยนา ว่ามาเยื้อๆ ว่าดั่งนั้นแล้วก็จึงบายเอาฝ้ายอ้อมแก้วมงคล บุญคุณดีความงามดูอาจ ผูกแขนลาดเอาขวัญ ว่ามาเยื้อ คั้นแม่นผูกเบื้องซ้ายขอให้ขวัญพวกเจ้า นี้มาเย้อ คันแม่นผูกเบื้องขวาขอให้ขวัญพวกเจ้า นี้อยู่ ให้เป็นคู่เฮียงสอง ให้ปองดองฮักห่อ อยู่นำพ่อคูณเฮือน หลายปีเดือนให้เจ้าได้ลูกน้อย ทั้งข้อยข้าแลเงินคำ มีผู้นำเงินล้าน มีผู้ให้บ้าน หลังงาม มีนาทามพันไฮ่ มีหมูหมาเป็ดไก่ช้างม้าและงัวควาย นอนตื่นสวยให้เจ้าได้เงินล้าน ออกจากบ้านอย่าได้มีศัตรู ให้มีผู้ส่อยซูขนหาบ  มีโชคลาภเนืองนอง มีข้าวของเต็มอั่ง ให้เจ้าได้นั่งเป็นเศรษฐี สองสามีจงควรคู่ ให้ทั้งสองเจ้าอยู่ถาวร ยามกินนอนอย่าอืดอยาก ของเหลือปากโภชนะอาหาร มีลูกหลานเต็มเหลือหลาก อย่าอึดอยากแนวได๋ ให้ไปไวมาค่อง ให้ได้ท่องศีลธรรม จ่มมำๆ ไหว้พระเจ้า ให้เป็นพ่อเฒ่าแม่เฒ่าทั้งสอง ได้ครองคู่ยืนนาน ตราบจีรัฐติกาลเหิงยามนานสืบต่อไปก็ปู่เทอญ ว่าแล้วตั้งแฮกตั้งแต่ในกาลนี้ หนีเมือหน้าเจ้าอย่าถ่อยช้าเสียสี ให้พวกเจ้าถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร ให้พวกเจ้า มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง คำเคืองอย่าได้พ้อ ให้พวกเจ้ามีอายุยืนยาวอย่าได้สั้น หมั่นให้พวกเจ้าหมั่นปานง่ามเขากวาง หมั่นให้พวกเจ้าหมั่นปานคางหมูถอกเถื่อน หมั่นให้พวกเจ้าหมั่นปานเถื่อนสร้างโฮง หมั่นให้พวกเจ้าหมั่นปานโปงสร้างหล่อ หมั่นให้เจ้าหมั่นปานก้อนหินแดง แข็งให้พวกเจ้าแข็งปานก้อนหินลาด สูงเทียมอาสเขาสะเมนใหญ่เพียงตอขวัญพวกเจ้านี้อย่าหัก ใหญ่เพียงหลักขวัญพวกเจ้าอย่าได้ก่น อย่าได้หม่นเหมือนตอง อย่าได้หมองเหมือนเถ่า อย่าได้เก่าเสียสี ให้เจ้าบ่าวคือนาย.....และเจ้าสาวคือนางสาว....ที่ได้แต่งงานในมื้อนี้ มีตั้งแต่อาวุวัณณัง มีสุขัง พลัง ขอให้ตั้งเที่ยงหมั่น สองท่าน  จงเจริญ เด้อ

 

กลอนสอนใภ้สอนเขย (หลังจากผูกแขนและป้อนไข่เสร็จ)

       บัดนี้ สองเขือเจ้าหากเอากันเป็นคู่ อยู่นำกันสืบสร้างเฮือนเย้าให้ฮุ่งเฮือง ตามเหตุเบื้องโบราณท่านได้กล่าว ไผทำดีจึงจะได้เจริญขึ้นแม่นลื่นคน ความอับจนบ่มาใกล้ความจัญไรก็เหินห่าง ยุท่างสุขอยู่สร้างลางฮ้ายให้หน่ายหนี เพิ่นว่าเป็นผัวเมียนี้ หากมีแนวมาน้าวจ่อง สายสะแนนเกี่ยวข้องนำป้องอยู่บ่วาง จึงได้เทียวทางพ้อเห็นกันปั้นเข้าใส่ จึงได้มาอยู่ใกล้เป็นคู่อยู่ดอม บัดนี้แนวใดๆ กะพร้อมตามฮีตประเพณี มีแต่ดีๆ เบิดบ่มีแนวฮ้าย บัดนี้ลงลายม้วนบรบวนตามฮีต เป็นผัวเมียถืกต้องคองเค้าแต่เก่าหลัง ฟังคำสอนเด้อหล้าขวัญตาทั้งคู่ ผัวแก่นจันทร์เมียแก่นคู่เป็นคนฮู้อย่าลื่นคอง ให้ผัวเป็นพี่เมียเป็นน้องให้เว้าค่องความกันเด้อนางเด้อ ให้ผัวเป็นพี่เมียเป็นน้องให้เว่าค่องความกันเด้อชายเด้อ อย่าสิดันไปคนทางสิขาดกลางลงม้วน เพิ่นว่าการเป็นผัวเป็นเมียนี้ให้มีดีตั้งร้อยเทื่อ ให้กว่าผัวให้ดีกว่าเมีย ไปอีกส่ำจึงคูณค้ำสิฮุ่งเฮือง ตามฮีตเบื้องเครือญาติวงศา ญาติทางผัวญาติทางภรรยา อย่าหมิ่นแคลนความฮ้าย สายทางผัวสายทางเมียให้ถือหมั่นให้สำคัญคือเรื่องอื่น อย่าสิผิดลบหลู่บู่ดั้นแม่นลื่นครอง ให้เคารพพ่อแม่พี่น้องปู่ย่าตายาย กลายไปมามองเห็นอย่าสิแพงความเว้า คั้นเห็นว่าเพิ่นเป็นคนเฒ่าให้ยอคุณเอิ้นพ่อแม่ ใหญ่ให้ว่าลุง สูงให้ว่าป้า พอเป็นน้าหลานน้อยให้เบิ่งเอา คำปากเว้าให้เจ้าคอบครองเมียเด้อนางเด้อ คำปากเว้าให้เจ้าคอบครองผัวเด้อชายเด้อ อย่าสิเลยตามเลยล่วงเกินเลินเล่อ อย่าสุเผลความเว้าหนักเบาสูงต่ำ คำปากบ่ได้ซื้อจาเว้าให้อ่อนหวาน เจ้าอย่าได้เกียจคร้านงานเวียกฮู้จักเฮ็ด ทำให้เสร็จการงานอย่าปล่อยปะละเว้น พวกเจ้าอย่าสุมัวความเล่นปะงานขี้คร้านใหญ่ ความจัญไรเดือดร้อนสิโฮมไหม้จี่เผา มันสิติดไปฮอดลูกเต้าความชั่วมัวหมอง ตรองให้มันคักๆ ฮักดีให้อดกลั้น ให้พวกเจ้ามีขันติหมั่นอย่าผันแปลเป็นขันแตก อย่าสิแหกออกฮั้วหนามติ้วสิตอกตา ตามตำราไขชี้อุดมดีสุดยอด จั่งสิปลอดอ้อยซ้อยเต็มร้อยแม่นแห่งญิง จั่งสิปลอดอ้อยซ้อยเต้มร้อยแม่นแห่งชาย เอาละน้อเว้าไปหลายมันกว้างดวงธรรมบ่ฮู้อิ่ม ซิมแต่พอย่อๆ พอฮู้ฮ่อมกระบวน บัดนี้มันหากสมควรม้วน คำสอนม้วนไว้ก่อน ขอจบลงไว้ท่อนี้เวลาหน่อย หากบ่หลายนั้นล่ะ ว่าท่านเอ้ย

 

แหล่พระคุณแม่ สอนนาค

            กตัญญู กตเวทีตั้ง นั้นมีมาประจำโลกไผผู้ถือยึดมั่นสำคัญไว้ที่ใจ เป็ฯธรรมะบอกไว้เป็นเครื่องยึดของบุตร ขุดบ่ถึงถมบ่เต็มดั่งเพิ่นเทศนาชี้ ชื่อว่าคุณความดีนั้นคั้นไผมีบ่ตกต่ำ สิทำหยังกะหากรุ่ง เจริญขึ้นฮุ่งเฮือง เพิ่นว่าคนเฮานี้เกิดมาต้องมีแม่โยมเอย คันบ่มีแม่แท้สังสิได้เกิดมา คุณแม่มีล้นฟ้าหนักลื่นภูผา บ่อาจเอาหยังมาชั่งชาเทียมได้ ไผผู้ลืมคุณแก้วมารดาผู้เป็นแม่ ตกนรกเที่ยงแท้ คราวหน้าแน่นอน ได้รับความเดือดร้อนฮ้อนฮ่งบ่มีหายตกอบายอเวจีแม่นบ่มียามแล้ว มารดาแก้วมุคณอนันต์เนกบ่อาจนับอ่านถ้วนคุณแก้วแม่คิง แม่นสิเอาแผ่นฟ้าเป็นกระดาษฮองเขียน เอาภูเขาเป็นปากกาขีดเขียนพระคุณเจ้าเอานทีธารน้ำสมุทรโทกว้างใหญ่มาเป็นหมึกขีดแต้ม พระคุณเจ้ากะบ่พอ คุณแม่หลายกะด้อคุณของพ่อกะคือกัน อนันตังอสงไขยนับบ่ไหวพระคุณท่าน หาประมาณบ่มีได้แนวใดบ่มีท่อ ขอให้พวกพี่น้องประคองไว้อย่าลบคุณ ตั้งแต่มื้อเกิดพุ้นคุณแม่ดูแล คอยถนอมบุตราอยู่สู่วันแลงเช้า คุณแม่คองคอยเฝ้าถนอมเอาลูกซ่อย คุณแม่เลี้ยงแต่น้อยจนได้ใหญ่มา คุณแม่หาของป้อนแต่ยังนอนอยู่ในอู่ ยังบ่ฮู้เหตุได้เฮไห้แอ่วนม คุณแม่โจมหัวขึ้นมืนตาดูพอฮิมหี่ คุณแม่วีไล่ฮี้นยุงไว้บ่ให้ตอม คุณแม่หอมดมแก้มแนมดูลูกยังอ่อน คุณแม่หย่ำข้าวป้อนยามย้อนแม่กะวี นอกจากนี้ขี้เหยี่ยวกะเทียวบาย เหม็นปานใดกะฟูมฟายเช็ดถูให้ดูเกลี้ยง คุณแม่อดสาเลี้ยงบุตราจนว่าใหญ่จนว่าได้ปากเว้าพระคุณเจ้าก็เล่าสอน สอนให้หัดเฮียนเอิ้น สอนให้ยืนให้เดิน สอนให้เอิ้นพ่อแม่ สอนให้เอิ้นเฒ่าแก่ เอิ้นพ่อแม่พี่น้องถุงป้าย่ายาย สอนให้เอิ้นน้องอ้ายเอิ้นปู่ย่าตายาย ให้รู้จักจับบายเวียกงานการสร้าง สอนในทางเรียนรู้ ก.กา ก.ไก่ ผู้จักน้อยจักใหญ่ ให้ผู้จักปากเว้าพระคุณเจ้าพ่อแม่สอน กินบ่เป็นแม่กะป้อน นอนบ่เป็นแม่กะกล่อม เพียรถนอมจนใหญ่กล้ามาแล้ว ผัดว่าโต พ่อแม่โซจนว่าเฒ่าหาให้กินบ่เซาคอบว่าเจ้าเป็นห่วง ลูกเป็นพั้วเป็นพวงพ่อแม่เลี้ยงหล่กได้ให้เพียงก้ำเกิ่งกัน แม่กินข้าวมือละปั้นจ้ำแจ่วกับโฮยเกลือ เหลือจากบุตราตนอิ่มเต็มจั๋งเล็มก้าง หาสตางค์ให้บุตรใช้ หาอัดไพให้ลูกจ่าย อยากเป็นเจ้าเป็นนาย เป็นตำรวจกวดขี้ม้าก็พาสู้หมู่ทหาร อยากเฮ็ดเวียกอยู่บ้านก็พาอ่านให้ทำนา อยากศึกษาเรียนมนต์เป็นช่างกลการค้า อยากศึกษาเรียนรู้เป็นครูเป็นแพทย์ใหญ่ แม่ก็ตามเอ็ดได้หาให้คู่สู่แนวเลี้ยงใหญ่แล้วผัดลืมแม่มารดา หนีไปมีภรรยาผัดเล่าลืมสองเฒ่า เอาเมียแล้วผัดลืมคุณปละปล่อย ไปเอาผัวแล้วกระจ้อยลืมเฒ่าบ่อาวหา ยามเพิ่นทุกข์น่าจั่งฟ้าวแล่นมาขอ ให้ท่อใดกะบ่พอแล่นมาขอเรื่อย มีเงินทองแม่ปันให้ของแนวใดแม่ป้อนสู่ ลูกผู้น้อยผู้ใหญ่เที่ยวมาไถให้บ่อั้นเหมิดแล้วผัดแอ่วมูล ผู้อยู่ใกล้กะวุ่น ผู้อยู่ไกลกะวุ่น มาขอแอ่วแต่แนวเดียวบ่มีไผสิมาเหลียวแม่ผู้เดียวผัดลืมจ้อย คอยแต่ทางสิมาเว้าขอเอามูลแต่นำแม่ ยามเพิ่นเฒ่าเพิ่นแก่แม่ผู้เดียวเลี้ยงบ่ได้ไถแล้วผัดบ่แทน โลดคาแค้นอยู่หว่างคอ นั้นล่ะน่า ลูกคำเอ้ย...


สู่ขวัญข้าราชการหญิงเกษียณอายุ



       ศรีๆ สวัสดีชมชื่น ฟ้าฮ้องครืนๆ เอาชัย เสียงดังไปอยู่บ่ขาด มหาสังกาดเปลี่ยนราศี เป็นฤดูกาลแถมถ่าย พระสุริยะอาทิตย์ย้ายเข้าสู่....ราศี เป็นวันดีอันประเสริฐ ฝูงข้าทั้งหลาย ทั้งตายายและพ่อแม่ ทั้งเฒ่าแก่และมิตรสหาย ทั้งเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ ลูกน้องหลายพร่ำพร้อม มานั่งล้อมอ้อมอยู่พาขวัญ บางผ่องพันหมากพลูกบุหรี่ บางผ่องปิ้งจี่ปูปลาอาหาร บางผ่องตกแต่งพานบายศรี บางผ่องแต่งโตดีต้อนรับแขก บางผ่องย่างแจกข้าวปลาอาหาร บางผ่องเตรียมของขวัญไว้มอบ บางผ่องจอบพิธีกรเอิ้นฮ้องเพลง บางผ่องเตรียมบรรเลงขับกล่อม บางผ่องซ้อมฟ้อนอวยพร บางผ่องเป็นพิธีกรเสียงหล่อ ล้วนมีใจจดจ่อฮ่วมพิธีบายศรีสู่ขวัญ ท่าน...........ซึ่งเกษียณอายุราชการในมื้อนี้วันนี้

       บัดนี้ จักขออัญเชิญเทพเจ้าผู้มีฤทธิ์ ที่สถิตอยู่ในสากลจักรวาล ได้โปรดดลบันดาลให้ ท่าน...............ผู้เกษียณอายุราชการในมื้อนี้ พร้อมครอบครัว จงอยู่ดีเฮืองฮุ่ง ยศศักดิ์พุ่งล้ำเลิศ เงินคำแก้วเกิดอนันตัง อธิปะตัยยังองอาจ      บ่คลาดแคล้วความดี สมบัติมีหลั่งเข้า ให้เจ้ามีอายุยืนยาวบ่น้อย ห้าร้อยปี         บ่แก่เฒ่า คำเว้าเจ้าให้ศักดิ์สิทธิ์ ปสิทธิเตโจ ปสิทธิ มังคโล มหาชัยโย ขออัญเชิญสิริมงคล มาโฮมเต้า มาโฮมเจ้าตลอดกาล ...มาเยอ ขวัญเอย

       ขวัญเจ้าไปมุดสระน้ำใหญ่กินปลา ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าไปอยู่นากินข้าว ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าไปกินข้าวตามห้องอาหาร ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าไปนมัสการพระธาตุเจดีย์ ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าหนีไปเที่ยวต่างประเทศ ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าไปฟังเทศน์ฟังธรรม ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้...มาเยอ ขวัญเอย

       ยามเมื่อตาเว็นตกลับป่าแซง ยามเมื่อตาเว็นแดงลับป่าไม้ ขวัญเจ้าไปอยู่หนเหนือหรือใต้ ก็ให้ฮีบมาเทียมคีงอย่าช้า ขวัญเจ้าไปอยู่ฟากฟ้าแดนไกล ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้ายังอาลัยนำที่ทำงาน ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าไปสำราญนำหมู่ ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าไปนอนอยู่รีสอร์ตโรงแรม ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้...มาเยอ ขวัญเอย

       ขวัญเจ้ามาฮอดกลางไฮ่อย่าได้ซ้นป่าหญ้าคา มาฮอดกลางนาอย่าได้ซ้นป่าข้าว มาฮอดเหง่าไม้อย่าได้ทอดหัวนอน มาคอนๆ อย่าได้ซ้นป่าใหญ่ ให้ฟ้าวมาไวๆ อย่าช้า ฝนตกอย่าไปทางหน้า ฟ้าฮ้องเจ้าอย่าเดินทางไกล เป็นจั่งใดให้กลับมาอยู่บ้าน ขี่คร้านให้เจ้านอนอยู่เทิงเฮือน สิ้นเดือนให่เจ้าได้บำนาญเต็ม อย่ากินเค็มหลายเด้อมันสิเป็นโรคไต เฮ็ดอันใดกะให้ก้าวหน้า ค้าขายกำไรงาม ความเจ็บเจ้าอย่าได้ ความไข้เจ้าอย่ามี ให้ได้เป็นมหาเศรษฐี มีอายุยืนยาวยิ่ง ได้มีเป็นทุกสิ่งสมปรารถนา มีพลานามัยแข็งแฮงบ่แก่เฒ่า เงินทองไหลหลั่งเข่าโฮมเจ้าสู่วัน สารพันทรัพย์สมบัติพัสถาน เฮือนชานบ้านรถ บริบูรณ์หมดทุกสิ่งทุกอัน...ก็ข้าเทอญ

       เอหิตาตะ ปิยะ ปุตตา ปูเรถะ ปารมี หะทะยัง เมพิสัญ เจถะ กะโรถะ

วะจะนัง มะมะ อายุวัณโณ สุขัง พะลัง


สู่ขวัญข้าราชการชายเกษียณอายุ



       ศรีๆ สวัสดีชมชื่น ฟ้าฮ้องครืนๆ เอาชัย เสียงดังไปอยู่บ่ขาด มหาสังกาดเปลี่ยนราศี เป็นฤดูกาลแถมถ่าย พระสุริยะอาทิตย์ย้ายเข้าสู่....ราศรี เป็นวันดีอันประเสริฐ ฝูงข้าทั้งหลาย ทั้งตายายและพ่อแม่ ทั้งเฒ่าแก่และมิตรสหาย ทั้งเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ ลูกน้องหลายพร่ำพร้อม มานั่งล้อมอ้อมอยู่พาขวัญ บางผ่องพันหมากพลูบุหรี่ บางผ่องปิ้งจี่ปูปลาอาหาร บางผ่องตกแต่งพานบายศรี บางผ่องแต่งโตดีต้อนรับแขก บางผ่องย่างแจกข้าวปลาอาหาร บางผ่องเตรียมของขวัญไว้มอบ บางผ่องจอบพิธีกรเอิ้นฮ้องเพลง บางผ่องเตรียมบรรเลงขับกล่อม บางผ่องซ้อมฟ้อนอวยพร บางผ่องเป็นพิธีกรเสียงหล่อ ล้วนมีใจจดจ่อฮ่วมพิธีบายศรีสู่ขวัญ ท่าน...............ซึ่งเกษียณอายุราชการในมื้อนี้วันนี้

       บัดนี้จักขออัญเชิญเทพเจ้าผู้มีฤทธิ์ที่สถิตในสากลจักรวาล ได้โปรดดลบันดาลให้ ท่าน..............ผู้เกษียณอายุราชการในมื้อนี้ พร้อมครอบครัว จงอยู่ดีเฮืองฮุ่ง ยศศักดิ์พุ่งล้ำเลิศ เงินคำแก้วเกิดอนันตัง อธิปะตัยยังองอาจ บ่คลาดแคล้วความดี สมบัติมีหลั่งเข้า ให้เจ้ามีอายุยืนยาวบ่น้อย ห้าร้อยปีบ่แก่เฒ่า ปะสิทธิเตโช ปสิทธิเตโช ปสิทธิ มังคโล มหาชัยโย ขออัญเชิญสิริมงคลมาโฮมเต้า มาโฮมเจ้าตลอดกาล ...มาเยอ ขวัญเอย

       ขวัญเจ้าไปมุดสระน้ำใหญ่กินปลา ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าปาอยู่นากินข้าว ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าไปกินข้าวตามห้องอาหาร ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าไปสำราญนำหมู่ ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าไปอยู่ดงดอย ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าไปนั่งคอยกิ๊ก ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าไปหัวฮิกๆ นำผู้สาวส่ำน้อย ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้...มาเยอ ขวัญเอย ยามเมื่อตาเว็นตกกลับป่าแซง ยามเมื่อตาเว็นแดงลับป่าไม้ ขวัญเจ้าไปอยู่หนเหนือหรือใต้ ก็ให้ฮีบมาเทียมคีงอย่าช้า ขวัญเจ้าไปอยู่ฟากฟ้าแดนไกล ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้ายังอาลัยนำที่ทำงาน ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าไปกินอาหารนำหมู่ ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าไปนอนอยู่รีสอร์ตโรงแรม ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าไปแซมแลมอยู่หม่องนั้นหม่องนี้ ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ...มาเยอ ขวัญเอย

ขวัญเจ้ามาฮอดกลางไฮ่อย่าได้ซ้นป่าหญ้าคา มาฮอดกลางนาอย่าได้ซ้นป่าข้าว มาฮอดเหง่าไม้อย่าได้ทอดหัวนอน มาคอนๆ อย่าได้ซ้นป่าใหญ่ ให้ฟ้าวมาไวๆ อย่าช้า ฝนตกเจ้าอย่าไปทางหน้า ฟ้าฮ้องเจ้าอย่าไปทางไกล เป็นจั่งใดให้กลับมาอยู่บ้าน ขี่คร้านให้เจ้านอนอยู่เทิงเฮือน สิ้นเดือนให้เจ้าได้รับบำนาญเต็ม อย่ากินเค็มหลายเด้อมันสิเป็นโรคไต อย่าขับรถไฟหลายมันสิถืกตำรวจจับ อย่าสุกินตับดิบมันสิเป็นบักตืก ให้เข้มแข็งคึกคักคู่มื้อคู่วัน คันเจ้าเฮ็ดอันใดกะให้ฮูงเฮืองก้าวหน้า ค้าขายกำไรงาม ความเจ็บเจ้าอย่าได้ ความไข้เจ้าอย่ามี ให้เจ้าได้เป็นมหาเศรษฐี มีอายุยืนยาวยิ่ง ได้มีเป็นทุกสิ่งสมทุกปรารถนา มีพลานามัยสมบูรณ์แข็งแฮงบ่แก่บ่เฒ่า โชคลาภไหลหลั่งเข่าโฮมเจ้าสู่วัน สาระพันธ์ทรัพย์พัสถาน เฮือนชานบ้านรถ บริบูรณ์หมดทุกสิ่งทุกอัน ...ก็ข้าเทอญ

เอหิ ตาตะ ปิยะปุตตา ปูเรถะ ปารมี หะทะยัง เม พิสัญ เจถะ กะโรถะ วะจะนังมะมะ อายุวัณโณ สุขัง พลัง


สู่ขวัญข้าว



       ศรี ศรี วันนี้แม่นวันดี วันเศรษฐีอมุตโชค วันชาวโลกชื่นชม วันพระบรม กุกุสันโธทนะ ลงมาเกิด ลงมาเปิดโลกา พระสัตถาผู้ก่อ ตั้งแต่หน่ออรหันต์ มารวมกันอยู่ในโลก จั่งเป็นโชคปฐพี ท่านเศรษฐีปลูกข้าว เอาใส่เล้าในฉาง ยังมีนางหน่อนารถ ผู้ฉลาดเมืองคน ชื่อว่าสาวหน้ามนคิ้วก่อง คิงกลมค่องนางแมน เป็นลูกแถนลงป่อน มาอยู่บ่อนพาราณสี เป็นนารีผุดผาด อยู่ปราสาทสามหลัง ไผได้ฟังชมชื่น ดีล้นหลื่นคนทั้งหลายปานเดือนหงายผิวผ่อง คิงกะค่องงามงอน ตาออนซอนนวยนาด ผิวพรรณคาดเครื่องไพฑูรย์ คนมีบุญมาสู่มีนามอยู่ว่าโภสพ คอคางจบคิ่วก่อง แขนขาค่อง ปานมะที สาวเศรษฐีหยาดย้อย คิดค้อยๆ อยู่ในใจ ไผสิไปนำเอาข้าว พระพ่อเจ้าโกรธา ตามไปหา บ่พ้อ จั่งได้น้อยหน่อนารี ไปขอพรพระฤาษีอยู่ในถ้ำ จั่งลุก้ามในผาจั่งได้มาเมล็ดข้าว จั่งได้เว้าต่อ       กันมา มีผญาปัญญาล้ำเลิศ คนจั่งเกิดมาหลาย คนบ่ตายเพราะมีข้าว จั่งได้เป็นพระพุทะเจ้ากุกุ เพราะบุญชูถวายบาท จั่งฉลาดคนเฮา

       ว่ามาเยอขวัญเอย ทั้งข้าวจ้าวและข้าวเหนียว เจ้าอย่าเหลียวไปทางอื่น เจ้าอย่าตื่นไปไส อย่าไปไกลจากต่า เจ้าอย่าว่าคนมายี เจ้าอย่าว่าคนมาสีมาตำมาเหยียบ เจ้าอย่าเปรียบเป็นดินดอน คนออนซอนบ่อึดอยาก คนเหลือหลากในโลกา เชิญเจ้ามาอยู่ในเล้า คนกินเจ้าโภชนา แม่นมีผลากะบ่แล้ว แม่นมีแก้วกะบ่เอา คนมาเซาซ้องส่อ ออนซอนหน่อโภชนัง กินอี่หยังบ่ท่อเจ้า บ่ท่อข้าวขาวๆ ใหญ่เป็นสาวและเป็นบ่าว เขาบอกกล่าวกันมา ข้าวอยู่นาเอาใส่เล้า เขาเอาเจ้ามานอนเฮือน เป็นปีเดือนได้เลี้ยงลูก เอาข้าวปลูกฮอดข้าวปัดลาน เป็นข้าวสารอยู่ในต่า เอามาหม่านึ่งหวด ลายสอง หอมฮองๆ หื่นเฮ้า จั่งเอาเจ้าเลี้ยงพระเถรา จั่งเอามาทำบุญตักบาตร บ่ได้ขาดพระตะถาคะตา มีปัญญาคนได้กินข้าว คุณของเจ้าเหลือแผ่นสุธา เหลือธาราสมุทรแม่น้ำ คนทุกก้ำจึงแข็งแรง คนมีแฮงกินข้าวท่านบอก ของอยู่นอกบ่แม่นคนเฮา เขากะเอาหมู หมาเป็ดไก่ เขาเอาใส่ฮำแกลบโฮยดิน สัตว์เก็บกินตามมีตามเกิด แสนประเสริฐกว่าสิ่งทั่งปวง ยามเป็นฮวงเขาเก็บเขาเกี่ยว ยามเจ้าเหี่ยวเป็นเฟืองใบเหลือง เอามาเถียงมัดไว้บ่แตก บ่ได้แจกไปใสมาใส คือดั่งใจมุงเฮือนกะได้ เถียงหลังใหญ่มุงเฟืองเกินหนา อยู่เถียงนาอาศัยบ่ขาด บ่ประมาท คุณโภชะนัง เอามาวางใส่เล้าเต็มอั่ง จั่งได้นั่งว่ามุมะมูลมา ว่ามาเยอขวัญเอย ขวัญเจ้านอนอยู่ท่ง นำเขียดจานา ขวัญบ่มาไปนำเขียดโม้ อย่าอ้าวโอ่นำหมู่ปูทาม ว่ามาเยอขวัญเอย นางข้าวเจ้าทั้งนางข้าวเหนียว ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ต้นเขียวๆ ข้าวก่ำต้นบ่ต่ำข้าวดอ เกินงามนอนนั้นเป็นข้าวงวงช้าง ดำสับหว่างนั้นแม่นข้าวมันปู งามปูลูนั้นแม่นข้าวใหญ่ เขาดำใส่นาทาม เกินเผิ่นงามดำเลาะฮ่อง ฮวงเผิ่นก่องเป็นพวง   

ว่ามาเยอขวัญเอย ขวัญเจ้านอนอยู่ท่งนำฮู นอนนำปูทั้งจี่หล่อ เชิญน้อยหน่อมาอยู่แง เชิญคำนางมาอยู่เล้า เจ้าอย่าเศร้าเสียศรี ว่ามาเยอขวัญเอย ขวัญเจ้าตกอยู่น้ำในตม ขวัญเจ้าชมอยู่ไฮ่ ขวัญข้าวใหญ่ข้าวปลาเข็ง อย่าไปเส็งนำหมู่ อย่าไปอยู่นำปลา อย่าอยู่นาแดดฮ้อน ให้เจ้าย้อนโงมา ให้เจ้าหวิด        ปากปลา ให้เจ้ามาไว่อง อย่าอู่ฮ่องนำทาม ให้เจ้างามมาอยู่ มารวมหมู่นำกัน ว่ามาเยอขวัญเอย ขวัญเจ้าไปทางก้ำดินดำน้ำก่ำ ขวัญเจ้านำหมู่ม้า กุลาพุ้นให้ต่าวมา ว่ามาเยอขวัญเอย นกกระจิบเขาสิตอด พวกนกขอดสิคาบหนี ถึงเดือนปีจั่งออกจากเล้า สิเอาเจ้าหว่านนาทาม เจ้าสิงามกว่าเก่า เอาไปไว้นาเหล่าดงดอน คนออนซอนต้นก่อง เอาไปใส่นาฮ่องปลายทาง เอาเจ้ามาเป็นข้าวเปลือก ให้เจ้าได้เลี้ยงลูกหลาน ได้กินทานสืบต่อ เป็นน้อยหน่อศาสนา ให้เจ้ามามื้อนี้วันนี้ มาอยู่ในฉางมาอยู่ทางเล้าใหญ่ เบิ่งคางไก่สูตรแล้วงามหลาย คางไก่หวายโตลาย โค้งโน้ง คางมันก่งคือเกี่ยวเหล็กแหลม ตาเฮาแนมฝนดี ปีหน้า หมอสูตรว่าพราหมณ์สวดขวัญมา เป็นราคาข้าวเหนียวข้าวเจ้า

จั่งบอกกล่าว อุอะ มูล มา โภชะนา พิชาคะมัง สาธุ


พิธีบายศรีสู่ขวัญ



กราบนมัสการ พระเถรานุเถระทุกรูป ด้วยความเคารพอย่างสูง


เรียน แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน

       กระผมได้รับเกียรติจากทางเจ้าภาพ ให้เป็นหมอพราหมณ์ทำหน้าที่บายศรีสู่ขวัญในวันนี้ บัดนี้ได้เวลาอันเป็นมงคลแล้ว กระผมจะได้ประกอบพิธีบายศรีสู่ขวัญให้แก่...............

       หากผิดพลาดประการใด กระผมกราบขออภัยท่านผู้รู้นักปราชญ์ราชบัณฑิตทุกท่านมา ณ โอกาสนี้ ครับผม

 

กล่าวคำถวายดอกไม้บูชาพระรัตนตรัย

อิมินา สักกาเรนะ พุทธัง อะภิปูชะยามิ

อิมินา สักกาเรนะ ธัมมัง อะภิปูชะยามิ

อิมินา สักกาเรนะ สังฆัง อะภิปูชะยามิ

 

กล่าวคำบูชาพระรัตนตรัย

อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา, พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ (กราบ 1 ครั้ง)

สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, ธัมมัง นะมัสสามิ (กราบ 1 ครั้ง)

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สังฆัง นะมามิ (กราบ 1 ครั้ง)

 

ป่าวเทวดา

สุณันตุโกนโต เยเทวา สังฆาสมาคตา ดูราเทพยดาเจ้าทั้งหลาย ภายบนมีอินทราทิปติราชเจ้า เป็นเค้าเป็นประธานกับทั้งโสรสะพรหม ตนทะรงวิมานลือเดช พระอาทิตย์เจ้าตนวิเศษใสแสง พระจันทะจรแยงพ้นพุ่ง ตนรัศมีฮุ่งเวหา พระราหูอะสุรินทรา ตนมืดฟ้ามุ่งมืดหน้าทั่วเวหนตนทะรงวิมารผาสาท ในอากาศกับทั้งท้าวจตุโลกบาล สถิตในวิมารทั้งสี่ คือพระยาธัตรัฐะ พระยาวิรุฬหะ พระยาวิรูปักขะ พระยากุเวรุราชเจ้า เป็นเค้าเป็นเหง้าแก่เทพยดาทั้งหลาย อันยายยังอยู่ ทุกภูผาสัตตะบัวระพันจึงพร้อมกันมาถวายบาตร ทั้งพระยานาคราชเพื่อนฝั่งนทีหลวง ปวงกุมภัณฑ์แลหลิงหล่ำ ถ้วนพร้อมพร่ำจักขุวิญญาณ ตนทะรงวิมารเยี่ยมผ่อกับทั้งพยายมราชเจ้าห่อดาดี นางธรณีนอนแนบน้ำ ถ้วนทุกถ่ำนางน้อยเมขลา อันฮักษาในมนุษย์สุดแห่งห้องเมืองคน ในวังวนและย่านน้ำ ทุกเถื่อนถ้ำหินผา ในไพรหนาย่านกว้าง ข่วงเขตพื้นแผ่นปฐพี โปกขระณีและหย่อมหญ้า ทุกแหล่มหล้ามหาไม้นิโคลธโพธิ์ศรี ทั้งเจดีย์แก้วกู่ ตนสถิตอยู่ในประเทศราชธานี ในเมืองจันทะบุรีล้านช้าง ลวงกว้างและล่วงฮีใต้หลีผี เหนือผาไดผาด่าง ก้ำฝ่ายซ้ายกรุงศรีอโยธยา ก้ำฝ่ายขวาแดนแกวเป็นเขต ตนอยู่ในประเทศห้องอาณา เทพยดาเจ้าทั้งหลาย ตนฮักษายังพระธาตุพนมบรมเจดีย์ศรีสถานหลวงเป็นเค้า เทพดาเจ้าตนฮักษายังจตุปาทาพระบาทภูน้ำลอดอาสน์หนองหานหลวง กับทั้งปวงเทพดา ตนฮักฮาบวรพุทธศาสนาในขอบเขตขันธสีมา ขออัญเชิญเทพดาเจ้าทั้งหลาย จงเสด็จลงลีลาลงมาประสุมชุมนุมกัน ณ สถานที่นี้เพื่อฟังคำฝูงข้าทั้งหลายจักกล่าว ทุกตนทุกองค์ก็ข้าเทอญ สัพเพเทวา สักกัจจัง อาราธะนังกะโรมะ เป่าสักเข

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ 3 จบ

พุทธัง อายุ วัฑฒะนัง เต ชีวิตัง ยาวะ นิพพานัง สะระนังคัจฉามิ

ธัมมัง อายุ วัฑฒะนัง เต ชีวิตัง ยาวะ นิพพานัง สะระนังคัจฉามิ

สังฆัง อายุ วัฑฒะนัง เต ชีวิตัง ยาวะ นิพพานัง สะระนังคัจฉามิ

ทุติยัมปิ พุทธัง อายุ วัฑฒะนัง เต ชีวิตัง ยาวะ นิพพานัง สะระนังคัจฉามิ

ทุติยัมปิ ธัมมัง อายุ วัฑฒะนัง เต ชีวิตัง ยาวะ นิพพานัง สะระนังคัจฉามิ

ทุติยัมปิ สังฆัง อายุ วัฑฒะนัง เต ชีวิตัง ยาวะ นิพพานัง สะระนังคัจฉามิ

ตะติยัมปิ พุทธัง อายุ วัฑฒะนัง เต ชีวิตัง ยาวะ นิพพานัง สะระนังคัจฉามิ

ตะติยัมปิ ธัมมัง อายุ วัฑฒะนัง เต ชีวิตัง ยาวะ นิพพานัง สะระนังคัจฉามิ

ตะติยัมปิ สังฆัง อายุ วัฑฒะนัง เต ชีวิตัง ยาวะ นิพพานัง สะระนังคัจฉามิ

       อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสสะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ.

สาวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหีติ.

       สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเณยโย อัญชะลีกะระณีโย อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ.


วิดฟาย ไม่จำเป็นต้องใช้ทุกงาน ดูเวลาและความเหมาะสม

ถ้ามีเวลาค่อยกล่าวคำวิดฟาย

       โอม พุทธัง ธัมมัง สังฆัง อุทกัง น้ำอันนี้บ่แม่นน้ำธรรมดา พระยาแถนประทานมาแต่ ฟากฟ้า เอามาให้หดคนใต้ลุ่มฟ้า ให้ได้ดังคำมักคำปรารถนากูจักซิดใส่คนถึกหว่านก้านหนา กูจักซิดใส่คนถืกยาก้านก่ำกะหาย กูจักซิดใส่คนถืกฝังหุ่นฝังฮอยกะหาย กุจักซิดใส่คนผอมเหลืองเป็นพยาธิ กูจักซิดใส่คนเป็นเคราะห์คาดเถิงคีงกะหาย กูจักซืดใส่คนเห็นลางฟานเห่า กูจักซิดใส่คนที่นกเค้าฮ้องกูกเอาขวนกะหาย กูจักซิดใส่คนเห็นงูอยู่ในบ้าน กูจักซิดใส่คนเบิดบ้านนึ่งข้าวสีแดงกะหาย สัพพะโรคระงับ สัพพะภัยระงับ สัพพะเคราะห์ระงับ สัพพะเข็ญระงับ โอมพระพุทธัง อุทกัง กูจักซิดใส่คู่แต่งงาน คู่แต่งงานกะอายุยืนดอมกันจนเฒ่า มีลูกมีเต้าล้วนแต่ผู้ดี เป็นเศรษฐีมั่งมีบ่ไฮ้ กูจักซิดใส่คนทุกข์ไฮ้เกิดเป็นคนรวย กูจักซิดใส่ควาย ควายก็เป็นควายเขาแก้ว กูจักซิดใส่ฮ้านค้าเปิดใหม่แล้ว ก็มั่งมีเงินคำ กูจักซิดใส่ผู้นำก็จักเป็นหลักไชยของประเทศ กูจักซิดใส่นคเรศร์ก็จักเป็นเมืองหลวง กูจักซิดใส่ปวงนักเรียนก็ได้เป็นดีบ่น้อย กูจักซิดใส่ข่อยข่า ข้อยข่าก็กลับต่าวเป็นนาย กูจักซิดใส่ข้าราชการผู้น้อย ก็มาเกิดเป็นใหญ่เป็นโต กูจักซิดใส่พระสังโฆและจัวน้อยก็จักเป็นพระยอดแก้ว อมอ่านแล้วด้วยบาทพระคาถาว่า อุ อะ มุ มะ มูล มา มะหามูลมัง สวาหายะ


คำผูกแขน

       ศรีๆ สิทธิพระพรบวรวิเศษ ฝ่ายแก้วเกิดมุงคุณ ปุนลงมาตกแต่งกวัดอิ้วแกว่งกงหลา ผัดออกมาเป็นหลอด ถอดออกมาเป็นปุ๋ย สุยออกมาเป็นเส้นเส้นแหละสีพันค์ เป็นดังแก้วมทุกดำใสส่องงามอ่องต่องส่องใส เทิงนอกในล้ำเลิศฝ้ายแก้วเกิดเมืองสวรรค์ ปันให้ผู้เข้ามาผูกแขน...ว่ามาเยอขวัญเอย ขวัญเจ้าไปมุดสระน้ำใหญ่กินปลาก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าไปอยู่นากินข้าว ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าไปกินเหล้านำหมู่นำฝูง ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าไปอยู่ถ้ำนำพญางู ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าไปอยู่ฮูนำพญานาค ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าไปลำบากนำหมู่ผีตาย ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้....มาเยอขวัญเอย

ยามเมื่อตาเว็นตกลับป่าแซง ยามเมื่อตาเว็นแดงลับป่าไม้ ขวัญเจ้าไปอยู่หนเหนือหรือใต้ ก็ให้ฮีบมาสามื้อนี้วันนี้

คันว่าเจ้ามาฮอดแล้วให้เจ้าอยู่สวัสดี มีความสุขความเจริญความเจ็บเจ้าอย่าได้ความไข้เจ้าอย่ามี ให้เจ้าได้เป็นเศรษฐีเป็นมหาเศรษฐี มีอายุ วรรณะ สุขะ พะละ ปฏิภาณ ธะนะสารสมบัติทุกประการ นอนหลับได้เงินหมื่นตื่นขึ้นได้เงินแสนเงินล้าน ย่างออกจากบ้านโชคไหลหลั่งมาโฮม เจ้าเด้อ

       อุ อะ มุ มะ มูลมา สะทาโสตถี ภะวันตุ เต

 

คำอวยพรตอนจบ (สู่พาขวัญ) ก่อนเก็บภาชน์ขวัญออกไป

       บัดนี้ พราหมณ์ได้สิอวยพรอันประเสริฐ ให้แก่มวลหมู่เจ้าที่มาเข้าสู่พิธี พราหมณ์สิอวยพรให้พระพรชัยทั้งสี่ อายุนั้นขอให้ยืนยาวหมั้นพันวัสสาเป็นขนาด ศักราชล่วงเข้าให้เถิงเท่าฮอดพัน อย่าได้อายุสั้นตกต่ำดำหมอง ให้เจ้าครองกายาอยู่ไปให้หลายฮ้อย อย่ามีถอยอย่ามีล้า มรณาแต่ยังสาวยังหนุ่ม ให้เจ้าได้ต่อมตุ้มลุงป้าย่ายาย วรรณนั้นขอให้สีสันเหลื่อมคือทองทั้งแท่ง คืออินแปลงแต่งไว้ใสเหลื่อมอยู่บ่เซา แม่นสิแก่และเฒ่าอย่าได้หม่นหมองศรี ทั้งกายีให้สดใสดั่งทองทาแต้ม ไผผู้แนมดูแล้วให้หลงยืนลืมย่าง ให้เจ้าใสสะอาดอ้านอย่ามีเศร้าเหี่ยวยาน สุขะนั้นขอให้มีสุขล้นอย่ามีความเศร้าโศก โรคบ่อเห็ฯเวรบ่มี ผีบ่พาน มารบ่ใกล้ ใจเจ้าให้ชื่นบาน พละนั้นให้เจ้ามีพลังกล้าคือพลายสารช้างใหญ่ ปราบหมู่ภัยพยาธฮ้ายโจรกล้าให้พ่ายพัง แม่นสิเนาอยู่ยั้งเขตถิ่นเคหา หรือสิเดินทางไกลเที่ยวไปไกลบ้าน สุขสำราญอย่ามีเศร้า อย่าเจ็บขาปวดแข่งมีพลังแข็งแรง ให้ได้ตุ้มพ่อแม่ ได้ดูแลพี่น้อง ลุงป้า คู่สู่คน จบพิธีบายศรีสู่ขวัญ


 ทิศหัวใจเป็น และทิศเทพเจ้า ให้ผู้เข้าพิธีหันไปทิศหัวใจเป็น

หมอพราหมณ์หันไปทางทิศเทพเจ้า

วันอาทิตย์        หัวใจเป็น อยู่ทิศเหนือ ทิศเทพเจ้าอยู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้

วันจันทร์          หัวใจเป็น อยู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ทิศเทพเจ้าอยู่ทิศตะวันตก

วันอังคาร         หัวใจเป็น อยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทิศเทพเจ้าอยู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้

วันพุธ             หัวใจเป็น อยู่ทิศตะวันออก ทิศเทพเจ้าอยู่ทิศใต้

วันพฤหัสบดี      หัวใจเป็น อยู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ทิศเทพเจ้าอยู่ทิศเหนือ

วันศุกร์            หัวใจเป็น อยู่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ทิศเทพเจ้าอยู่ทิศตะวันออก

วันเสาร์           หัวใจเป็น อยู่ทิศใต้ ทิศเทพเจ้าอยู่ทิศตกเฉียงเหนือ

 

ถ้าเราหันไปทางทิศเทพเจ้าไม่ได้ จะเอาตามความเหมาะสมก็ได้

แต่เราควรหลีกเลี่ยงทิศหลาวเหล็ก เพราะทิศหลาวเหล็กไม่ดีต่อหมอพราหมณ์ จะทำให้แพ้ภัย

วันอาทิตย์        ทิศหลาวเหล็กอยู่ ทิศตะวันตก

วันจันทร์          ทิศหลาวเหล็กอยู่ ทิศตะวันออก

วันอังคาร         ทิศหลาวเหล็กอยู่ ทิศเหนือ

วันพุธ             ทิศหลาวเหล็กอยู่ ทิศเหนือ

วันพฤหัสบดี      ทิศหลาวเหล็กอยู่ ทิศใต้

วันศุกร์            ทิศหลาวเหล็กอยู่ ทิศตะวันตก

วันเสาร์           ทิศหลาวเหล็กอยู่ ทิศตะวันออก


ถ้าหลีกเลี่ยงหลาวเหล็กไม่ได้ ให้ท่องคาถาป้องกันหลาวเหล็กดังนี้

ตั้งนะโม 3 จบ แล้วว่าคาถา

สัตถาเทวะหะ สะมะนิทุทุนิมา 3 จบ

 

ถ้าเป็นงานแต่งให้ระวังเพิ่มเติมคือทิศดาวเพดาน เป็นทิศที่ไม่เป็นมงคล ห้ามแห่ขันหมากไปทางทิศดาวเพดาน หรือทำพิธีไปทางทิศดาวเพดาน จะทำให้คู่บ่าวสารเลิกรา หย่าร้างกัน

ทิศดาวเพดาน มีดังนี้

เดือน 1 2 3             ดาวเพดานอยู่ทิศ ตะวันตก

เดือน 4 5 6             ดาวเพดานอยู่ทิศ เหนือ

เดือน 7 8 9             ดาวเพดานอยู่ทิศ ตะวันออก

เดือน 10 11 12        ดาวเพดานอยู่ทิศ ใต้

ห้ามหันหน้าไปทางนั้นเด็ดขาด  อันนี้คือข้อควรระวัง

                                                

วันพุธที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2564

การแสดงหรือซ่อนค่าศูนย์ =IF(A2-A3=0,””,A2-A3)

คุณอาจตั้งค่าส่วนบุคคลเพื่อแสดงค่าศูนย์ในเซลล์ หรือคุณอาจใช้สเปรดชีตที่ยึดตามชุดมาตรฐานรูปแบบซึ่งต้องการให้คุณซ่อนค่าศูนย์ มีหลายวิธีในการแสดงหรือซ่อนค่าศูนย์

เวอร์ชันที่ใหม่กว่า Office 2010, Office 2007

บางครั้งคุณอาจไม่ต้องการให้แสดงค่าศูนย์ (0) บนเวิร์กชีตของคุณ บางครั้งคุณต้องการให้แสดงค่าศูนย์ (0) ไม่ว่ามาตรฐานการจัดรูปแบบหรือการช่วยลักษณะจะเรียกเลขศูนย์ให้แสดงหรือซ่อน มีหลายวิธีในการโทรออกหรือซ่อน

ซ่อนหรือแสดงค่าศูนย์ทั้งหมดบนเวิร์กชีต

  1. คลิก ไฟล์ > ตัวเลือก > ขั้นสูง
  2. ภายใต้ ตัวเลือกการแสดงสำหรับเวิร์กชีตนี้ ให้เลือกเวิร์กชีต แล้วให้เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
    • เมื่อต้องการแสดงค่าศูนย์ (0) ในเซลล์ต่างๆ ให้เลือกกล่องกาเครื่องหมาย แสดงเลขศูนย์ในเซลล์ที่มีค่าศูนย์
    • เมื่อต้องการแสดงค่าศูนย์ (0) เป็นเซลล์ว่าง ให้ยกเลิกการเลือกกล่องกาเครื่องหมาย แสดงเลขศูนย์ในเซลล์ที่มีค่าศูนย์

ซ่อนค่าศูนย์ในเซลล์ที่เลือก

ขั้นตอนเหล่านี้ซ่อนค่าศูนย์ในเซลล์ที่เลือกโดยใช้รูปแบบตัวเลข ค่าที่ซ่อนจะปรากฏเฉพาะในแถบสูตรและจะไม่ถูกพิมพ์ ถ้าค่าในเซลล์ใดเซลล์หนึ่งเหล่านี้เปลี่ยนเป็นค่าที่ไม่ใช่ค่าอีกค่าหนึ่ง ค่านั้นจะแสดงในเซลล์ และรูปแบบของค่าจะคล้ายกับรูปแบบตัวเลขทั่วไป

  1. เลือกเซลล์ซึ่งมีค่าศูนย์ (0) ที่คุณต้องการซ่อน
  2. คุณสามารถกด Ctrl+1 หรือบนแท็บ หน้าแรก ให้คลิก รูปแบบ > จัดรูปแบบเซลล์


  1. คลิก เลข > กำหนดเอง
  2. ในกล่อง ชนิด ให้พิมพ์ 0;-0;;@ จากนั้นคลิก ตกลง

ถ้าต้องการแสดงค่าที่ซ่อนอยู่ ให้ทำดังต่อไปนี้

  1. เลือกเซลล์ที่มีค่าศูนย์ซ่อนอยู่
  2. คุณสามารถกด Ctrl+1 หรือบนแท็บ หน้าแรก ให้คลิก รูปแบบ > จัดรูปแบบเซลล์
  3. คลิก ตัวเลข > ทั่วไป เพื่อนำรูปแบบตัวเลขเริ่มต้นไปใช้ จากนั้นคลิก ตกลง

ซ่อนค่าศูนย์ที่ถูกคืนค่าโดยสูตร

  1. เลือกเซลล์ที่มีค่าศูนย์ (0)
  2. บนแท็บ หน้าแรก ให้คลิกลูกศรข้างๆ การจัดรูปแบบตามเงื่อนไข > เน้นกฎของเซลล์เท่ากับ
  3. ในกล่องด้านซ้าย ให้พิมพ์ 0
  4. ในกล่องด้านขวา ให้เลือก กำหนดการจัดรูปแบบเอง
  5. ในกล่อง จัดรูปแบบเซลล์ ให้คลิกแท็บ ฟอนต์
  6. ในกล่อง สี ให้เลือกสีขาว จากนั้นคลิก ตกลง

แสดงค่าศูนย์เป็นช่องว่างหรือเส้นประ

ใช้ ฟังก์ชัน IF เพื่อทำสิ่งนี้

ใช้สูตรนี้เพื่อส่งค่าเซลล์ว่างเปล่ากลับมาเมื่อมีค่าเป็นศูนย์

  • =IF(A2-A3=0,””,A2-A3)

ต่อไปนี้เป็นวิธีอ่านสูตร ถ้า 0 เป็นผลลัพธ์ของ (A2-A3) จะไม่แสดง 0 – ไม่แสดงอะไรเลย (ระบุด้วยเครื่องหมายอัญประกาศคู่ "") ถ้าไม่เป็นจริง ให้แสดงผลลัพธ์ของ A2-A3 ถ้าคุณไม่ต้องการให้เซลล์ว่าง แต่ต้องการแสดงอย่างอื่นที่ไม่ใช่ 0 ให้ใส่เส้นประ "-" หรืออักขระอื่นระหว่างเครื่องหมายอัญประกาศคู่

ซ่อนค่าศูนย์ในรายงาน PivotTable

  1. คลิกรายงาน PivotTable
  2. บนแท็บ วิเคราะห์ ในกลุ่ม PivotTable ให้คลิกลูกศรถัดจาก ตัวเลือก แล้วคลิก ตัวเลือก
  3. คลิกแท็บ เค้าโครงและรูปแบบ แล้วให้เลือกทำอย่างน้อยหนึ่งอย่างต่อไปนี้
    • เปลี่ยนการแสดงข้อผิดพลาด    เลือกกล่องกา เครื่องหมาย แสดง ค่า ความผิดพลาด ภายใต้รูปแบบ ในกล่อง ให้พิมพ์ค่าที่คุณต้องการแสดงแทนข้อผิดพลาด เมื่อต้องการแสดงข้อผิดพลาดเป็นเซลล์ว่างให้ลบอักขระใดๆ ในกล่องนั้น
    • เปลี่ยนการแสดงเซลล์ว่าง    เลือกกล่องกา เครื่องหมาย ให้เซลล์ว่าง แสดง ในกล่อง ให้พิมพ์ค่าที่คุณต้องการแสดงในเซลล์ว่าง เมื่อต้องการแสดงเซลล์ว่าง ให้ลบอักขระใดๆ ในกล่องนั้น เมื่อต้องการแสดงค่าศูนย์ ให้ล้างกล่องกาเครื่องหมาย

 

วันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

การตัดเย็บเบื้องต้น



ผังมโนทัศน์สาระการเรียนรู้






ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการตัดเย็บเสื้อผ้า
อุปกรณ์ตัดเย็บเสื้อผ้า
1. สายวัด สายวัดที่ดีควรทำด้วยผ้าอาบน้ำยาเคมี เพื่อป้องกันการหดหรือยืด มีโลหะหุ้มที่ปลายทั้ง 2 ข้าง มีตัวเลขบอกความยาวเป็นเซนติเมตรและนิ้ว
2. กระดาษสร้างแบบ ใช้สร้างแบบก่อนตัดผ้า มีทั้งสีขาวและสีน้ำตาล
3. กรรไกรตัดผ้า มี 2 ชนิด คือ ชนิดด้ามโค้งและด้ามตรง ซึ่งกรรไกรด้ามโค้งจะตัดได้เที่ยงตรงกว่า เพราะใบกรรไกรอยู่ขนานกับผ้าขณะตัด ไม่ควรทำกรรไกรตกขณะใช้เพราะทำให้เสียคม หมั่นลับกรรไกรให้คมเสมอ และหยอดน้ำมันจักรเป็นครั้งคราวเพื่อป้องกันไม่ให้กรรไกรฝืด
4. ชอล์กเขียนผ้า ใช้ทำเครื่องหมายบนผ้ามีทั้งแบบแท่งเหมือนดินสอและแบบแผ่นรูสามเหลี่ยม
5. กระดาษกดรอย เป็นกระดาษสีมีหลายสี อาบด้วยเทียนไข ใช้กับลูกกลิ้งเพื่อกดรอย เผื่อเย็บเกล็ดหรือตะเข็บลงบนผ้า ควรเลือกให้เหมาะกับสีของผ้า
6. ลูกกลิ้ง ใช้คู่กับกระดาษกดรอย มี 2 ชนิด คือ ชนิดลูกล้อฟันเลื่อย และชนิดปลายแหลมเหมือนเข็ม โดยทั่วไปนิยมใช้ชนิดลูกล้อฟันเลื่อยมากกว่า เพราะลูกกลิ้งติดสีได้ดีและรอยมีความถี่มากกว่า
7. เข็มเย็บผ้า ควรเลือกให้เหมาะสมกับผ้า เช่น เข็มเบอร์ 10–11 มีขนาดเล็กใช้กับผ้าเนื้อบางเบา เข็มเบอร์ 9 มีขนาดกลางใช้กับผ้าเนื้อหนาปานกลาง และเข็มเบอร์ 8 มีขนาดใหญ่ใช้กับผ้าเนื้อหนา
8. เข็มจักร ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับชนิดของด้ายและความหนาของเนื้อผ้า เช่น เข็มจักรเบอร์ 9 ใช้กับผ้าแพร ผ้าชีฟอง ผ้าไหม และผ้าป่าน เข็มจักรเบอร์ 11 ใช้กับผ้าสักหลาดและผ้าฝ้ายผสมไนลอน เข็มจักรเบอร์ 13 ใช้กับผ้าลินิน ผ้าเสิร์จ และผ้าฝ้าย เข็มจักรเบอร์ 14 ใช้กับผ้าขนสัตว์ ผ้าใยสังเคราะห์ และผ้าขนสัตว์ผสมสำลี เข็มจักรเบอร์ 16 ใช้กับผ้าใบ ผ้ายีน และหนัง
9. เข็มหมุด ใช้กลัดเพื่อป้องกันการเคลื่อนเวลากดรอยเผื่อเย็บ ใช้ทำเครื่องหมายลงบนผ้า หรือเนาผ้าให้ติดกัน เมื่อจะตัดผ้าตามแบบ
10. ด้าย ใช้เย็บเพื่อประกอบชิ้นส่วนของผ้าให้ติดกัน ควรเลือกให้เหมาะสมกับสีผ้า ความหนาของผ้า และขนาดของเข็ม ด้ายที่นิยมใช้กับผ้าทุกชนิด คือ เบอร์ 60
11. ที่เลาะด้าย ใช้เลาะด้ายส่วนที่ไม่ต้องการทิ้ง ส่วนปลายมีลักษณะแหลมคมและมีง่าม มีปลอกสวมเพื่อความปลอดภัย
12. หมอนเข็ม เป็นอุปกรณ์พักเข็มชนิดต่าง ๆ หลังใช้งานหรือรอการใช้งาน หมอนเข็มที่ดีควรทำจากผ้ากำมะหยี่หรือผ้าขนสัตว์ ไส้ในควรบรรจุด้วยเส้นผม ขนสัตว์ หรือขี้เลื่อย เพื่อป้องกันสนิม




การเลือกผ้าเพื่อใช้ในการตัดเย็บ
1. ควรเลือกผ้าที่ทอเนื้อละเอียด ไม่บาง มีน้ำหนักเพื่อให้จับได้เต็มที่ขณะเย็บ
2. ควรเป็นผ้าสีพื้น ไม่ควรใช้ผ้าที่ต้องต่อลายให้ตรงกัน
3. ควรเป็นผ้าที่ไม่ยับง่าย เพราะจำทำให้เสียเวลาในการรีด
4. ควรเป็นผ้าที่สีไม่ตก และหลีกเลี่ยงการใช้ผ้าสีเข้ม เช่น สีน้ำเงิน น้ำตาล
5. ควรเป็นผ้าที่มีความคงทน เส้นด้ายทอไม่แตกง่าย และไม่ยืดหรือหดเมื่อผ่านการซัก
6. ควรเป็นผ้าที่สวมใส่แล้วสบายตัว ไม่ระคายเคืองผิว
7. ควรเลือกผ้าตามวัตถุประสงค์ของการนำไปใช้ เช่น ผ้าที่ใช้ตัดชุดนอนควรเป็นผ้าเนื้อนิ่ม เป็นต้น
8. ไม่ควรเลือกใช้ผ้าราคาแพง เพราะหากตัดเย็บไม่สำเร็จจะสิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์
9. พยายามเลี่ยงผ้าที่มีเชิงริมผ้าทั้ง 2 ด้าน เพราะจะทำให้ตัดและเย็บประกอบเป็นตัวเสื้อได้ยาก

สำหรับผ้าที่วางจำหน่ายตามท้องตลาดมีคุณสมบัติเฉพาะที่แตกต่างกันไป ดังนี้
1. ผ้าฝ้าย มีคุณสมบัติซึมซับน้ำและระบายความร้อนได้ดี ทนความร้อนสูง ทนต่อการซักรีด ราคาไม่แพงและตัดเย็บง่าย เหมาะจะนำมาตัดชุดนอน ชุดลำลอง กางเกง กระโปรง ชุดเด็ก และผ้าอ้อม
2. ผ้าลินิน มีคุณสมบัติซึมซับน้ำได้ดีและมีความเหนียวมาก สวมใส่สบาย เหมาะที่จะนำมาตัดเย็บเป็นของใช้ในครัว แต่ไม่ควรนำมาฝึกตัดเย็บเสื้อผ้า เพราะยับง่าย รีดยาก และราคาแพง
3. ผ้าไหม เนื้อนุ่ม เบา ขึ้นเงาสวยงาม นิยมนำมาตัดชุดสำหรับงานพิธี งานกลางคืน หรือโอกาสพิเศษ ไม่ควรนำมาฝึกตัดเย็บเสื้อผ้า เพราะซักรีดยาก ราคาแพง
4. ผ้าขนสัตว์ มีความยืดหยุ่นดีเยี่ยม ไม่ยับ และเก็บความร้อนได้ดี แต่มีราคาแพง นิยมนำมาตัดเป็นเสื้อผ้าและเครื่องกันหนาว
5. ผ้าเส้นใยสังเคราะห์ ถ้าร้อยเปอร์เซ็นต์จะร้อน ไม่ซับเหงื่อ และสวมใส่ไม่สบาย แต่ชนิดที่ผสมเส้นใยธรรมชาติจะไม่ยับ ซักรีดง่าย และสวมใส่สบายกว่า นอกจากนี้ยังมีความเหนียวและจับจีบได้สวยงาม ผ้าเส้นใยสังเคราะห์มีชื่อเรียกทางการค้าต่าง ๆ กัน เช่น วิสคอสเรยอน ไลครา เคดอน แอนทรอน เดครอน ไวครอน ออร์ลอน ไวคารา เป็นต้น

ขั้นตอนการตัดเย็บเสื้อผ้า



1. การวัดตัว ใช้เชือกผูกเอวเพื่อให้รู้ตำแหน่งของเอว ยืนตัวตรง จากนั้นผู้วัดจะวัดตามขั้นตอนต่อไปนี้
1) วัดรอบอก วัดให้ผ่านช่วงที่นูนที่สุดของอก โดยใช้สายวัดด้านหน้าและด้านหลังเป็นแนวเดียวกัน
2) วัดรอบเอว วงสายไปรอบเอวแล้ววัดส่วนที่คอดที่สุดตรงเอวให้พอดี
3) วัดรอบสะโพกล่าง ทาบสายวัดตรงส่วนที่นูนสุดของสะโพก ขณะวัดให้ใช้นิ้วสอดเข้าไปในสายวัด 2 นิ้ว จากนั้นลองเลื่อนสายวัดขึ้น-ลงพอให้สายวัดผ่านสะโพกได้สะดวก
4) วัดความยาวด้านหลัง ทาบสายวัดจากปุ่มกลางกระดูกคอด้านหลังให้แนบกับลำตัวด้านหน้าลงมาถึงเอว
5) วัดความยาวด้านหน้า ทาบสายวัดตรงรอยบุ๋มตรงกลางคอด้านหน้าให้แนบกับลำตัวด้านหลังลงมาถึงเอว
6) วัดรอบคอ วางสายวัดให้ชิดกับฐานคอตรงแนวต่อกับช่วงไหล่ แล้วใช้นิ้วสอดไปในสายวัด 1 นิ้ว วัดให้พอหมุนได้
7) วัดความกว้างของบ่าหน้า วัดจากช่วงรักแร้ด้านหน้าด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง
8) วัดความกว้างของบ่าหลัง วัดจากช่วงรักแร้ด้านหลังด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง
9) วัดความยาวไหล่ วัดจากข้างคอที่แนวตะเข็บไหล่มาที่ปุ่มปลายไหล่
10) วัดความแขน ให้ผู้ถูกวัดยืนเท้าเอว แล้วใช้สายวัดทาบหัวไหล่ผ่านข้อศอกไปจนถึงข้อมือ
11) วัดรอบข้อมือ วงสายวัดรอบตรงปุ่มข้อมือ แล้วลองเลื่อนขึ้น-ลงให้ผ่านมือได้สะดวก
12) วัดความยาวกระโปรงหรือกางเกง วางสายวัดทาบจากขอบเอวยาวลงมาทางด้านหน้าขาหรือด้านข้างลำตัว

การวัดตามขั้นตอนนี้เป็นแบบพื้นฐานทั่วไป ถ้าต้องการเสื้อผ้าที่มีรายละเอียดมากขึ้น เช่น เสื้อแขนยาว อาจจะต้องวัดรอบรักแร้เพิ่มเติม เพื่อจะได้เผื่อหลวมให้สามารถเคลื่อนไหวในอิริยาบถต่าง ๆ ได้โดยสะดวก
2. การเตรียมผ้าก่อนตัด บางครั้งผ้าที่ซื้อมาอาจถูกตัดหรือชายผ้าฉีก ทำให้เส้นด้ายของเนื้อผ้าเสียรูปทรง แก้ไขได้โดยดึงมุมทุกมุมของผ้าให้เป็นมุมฉาก และถ้าต้องการหดผ้าสำหรับผ้าที่ซักเปียกได้ ให้ทบผ้าตามยาวแล้วพับผ้าวางลงในภาชนะที่มีน้ำ แช่ทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมงหรือจนกระทั่งน้ำซึมทั่วผืนผ้า แล้วยกออกทั้งที่ยังพับอยู่ จากนั้นใช้ฝ่ามือกดน้ำออกโดยไม่ต้องบิด แล้วนำไปวางบนพื้นราบ ผึ่งแดดให้แห้ง
3. การสร้างแบบตัด จะต้องสร้างแบบตัดมาตรฐาน โดยใช้อุปกรณ์ได้แก่ กระดาษสร้างแบบ ดินสอดำ ยางลบ ไม้บรรทัด กรรไกร ดินสอสีน้ำเงินหรือแดง แบบตัดมาตรฐาน ได้แก่ แผ่นหน้า แผ่นหลัง และแขนเสื้อ โดยมีขั้นตอนดังนี้
1) การสร้างแบบตัดแผ่นหน้า วัดขนาดริมกระดาษสร้างแบบด้านบนลงมา 10 เซนติเมตร เป็นจุดเริ่มต้น โดยให้เส้นขนานที่ขวามือด้านริมกระดาษเป็นจุดที่ 1 หาความกว้างและลึกของตัวเสื้อ เช่น


ส่วนที่กำหนด

รอบคอ=33

รอบคอ=34

รอบคอ=35


คอหน้ากว้าง

6

6

6.25


คอหน้าสูง

6.5

6.5

6.75


คอหลังกว้าง

6.5

6.5

6.75


คอหลังสูง

1.5

1.5

1.75


เอวรอบคอ ÷ 6
ถ้าหาคอหน้ากว้าง ให้เอารอบคอ ÷ 6 + 0.5 = ?
ถ้าหาคอหน้าสูง ให้เอารอบคอ ÷ 6 + 1 = ?
ถ้าหาคอหลังกว้าง ให้เอารอบคอ ÷ 6 + 1 = ?
ถ้าหาคอหลังสูง ให้เพิ่ม 1.5 ตามสัดส่วนของแต่ละคน



หมายเลขบอกตำแหน่งการสร้างแบบแผ่นหน้า
1–2 เท่ากับความยาวด้านหน้า
2–3 วัดต่ำลงมา 20 เซนติเมตร
1–4 เป็นจุดแบ่งครึ่งของจุด 1-2
1–5 เป็นจุดแบ่งครึ่งของจุด 1-4
1–6 เท่ากับ ของรอบอก + 4 เซนติเมตร
6–7 เท่ากับความยาวด้านหน้า หรือเท่ากับ 1–2
7–8 วัดต่ำลงมา 20 เซนติเมตร ลากเส้นจากจุด 3–8

แนวเส้นสะโพกล่าง
6–9 เป็นจุดแบ่งครึ่งของจุด 6–7 ลากเส้น 4–9 เป็นแนวเส้นอก
6–10 เป็นจุดแบ่งครึ่งของจุด 6–9 ลากเส้น 5–10 เป็นแนวเส้นบ่า
1–11 วัดเข้าไป = คอหน้ากว้าง (รอบคอ ÷ 6 = ? + 0.5)
11–12 ลากเส้นตั้งฉากขึ้นไปจากจุด 11 = คอหน้าสูง (รอบคอ ÷ 6 = ? + 1) โค้งคอจากจุด 1–12
12–13 วัดต่ำลงมา 5 เซนติเมตร ลากเส้นตั้งฉากไปทางซ้าย แล้วลากgส้นจากจุด 12–14 ให้ติดกัน ที่เส้นฉากที่ลากออกมาจากเส้นคอให้มีความยาว = ตะเข็บไหล่
9–4 แบ่งครึ่งเป็นจุด 15 จุด จากจุด 15 ลากเส้นตรงลงมาถึงชายเสื้อ และลากเส้นให้สูงขึ้นไปจา เส้นอก = 2 เซนติเมตร จากจุดนี้ลากเส้นตั้งฉากออกไปทั้งสองข้าง
5–16 = ของบ่าหน้า ลากเส้นตั้งฉากลงมาเป็นจุด 17 จากจุด 17 ลากเส้นเฉียงออกไป = 2 เซนติเมตร โค้งวงแขนจาก 14 ผ่าน 16 ถึง 15

2) การสร้างแบบตัดแผ่นหลัง
หมายเลขบอกตำแหน่งการสร้างแบบแผ่นหน้า
7–18 เท่ากับความยาวหลัง
18–19 ลากเส้นตั้งฉากเข้าไป = (รอบคอ ÷ 6 = ? + 1)
19–20 วัดลงมา = คอหลังสูง (วัดลงมา 1.5 เซนติเมตร)
19–21 วัดขึ้นไป = คอหลังสูง (ผลต่างของความยาวด้านหลัง-ด้านหน้า)
10–22 ของบ่าหลัง ลากเส้นตรงลงมาถึงจุด 23 แล้วลากเส้นเฉียงออกไป 2.5 เซนติเมตร แล้วลากเส้นตรงขึ้นไปแนวเดียวกับจุด 21 เป็นจุด 24 จากจุด 24 วัดออกมาทางขวามือ 1 เซนติเมตรเป็นจุด 25
20–25 ลากเส้นต่อกันเป็นแนวตะเข็บไหล่ โค้งวงแขนหลังจากจุด 25 ผ่านจุด 22 ถึงจุด 15
หมายเหตุ ถ้าสะโพกคับหรือเล็กไปจะต้องเพิ่มเนื้อที่เข้าไปในตะเข็บข้าง

3) การสร้างแบบแขนเสื้อ ต้องวัดความยาวแขน แล้ววางแขนแผ่นหน้าและแผ่นหลังที่ตัวเสื้อ





หมายเลขบอกตำแหน่งการสร้างแบบแขนเสื้อ
1–2 เท่ากับความยาวของแขนเสื้อ
2–3 ของรอบวงแขนที่สัดได้แผ่นหน้าและแผ่นหลังรวมกันลบออก 2.5 เซนติเมตร เช่น
22 + 23 = 45 ÷ 2 = 22.5 – 2.5 = 20 เซนติเมตร ฉะนั้น 2–3 ลากเส้นตั้งฉากลงมา 20 เซนติเมตร
3–4 ลากเส้นตั้งฉากจากจุด 3 = 8–10 เซนติเมตร
2–4 ลากเส้นต่อกัน แล้วแบ่งครึ่งเป็นจุด 5 จุด แล้วโค้งแนวโค้งของแขนให้แนวโค้งตัดกันที่จุด 5 หรือต่ำลงมานิดหน่อยก็ได้
1–6 ของรอบปลายแขนหรือให้น้อยกว่า 2–3 = 2 เซนติเมตร แล้วแต่งตะเข็บให้ใต้ท้องแขนจากจุด 4 ถึงจุด 6

4. การตัดผ้าตามแบบ วางแบบกระดาษลงบนผ้าที่วางบนโต๊ะเรียบ สำหรับผ้าลาย ก่อนตัดควรดูให้แน่ใจก่อนเพื่อเวลาที่ต่อลายจะได้เนียนสนิท จากนั้นใช้เข็มหมุดกลัดกระดาษให้ติดกับผ้าแล้วเผื่อเย็บโดยรอบด้วยการกดลูกกลิ้งลงบนกระดาษกดรอยไว้ทุกด้าน ประมาณด้านละ 2 เซนติเมตร หรือ 1 นิ้ว และตัดผ้าเป็นชิ้น ๆ ตามแบบที่กลัดไว้
5. การทำเครื่องหมายบนผ้า มีอุปกรณ์สำคัญ คือ ลูกกลิ้ง กระดาษกดรอย และชอล์กเขียนผ้า ทำเครื่องหมายที่ต้องการให้ปรากฏบนผ้าส่วนใหญ่ ได้แก่ กลางหน้าและกลางหลังของเสื้อ ตะเข็บต่าง ๆ เกล็ดกระโปรง กางเกง หรือเสื้อ รอยเผื่อเย็บ ตำแหน่งติดกระเป๋า เป็นต้น ถ้ามีจักรเย็บผ้าก็ให้เย็บกันลุ่ยผ้าแต่ละชิ้นก่อน
6. การเนาผ้า เป็นการทำแนวเย็บผ้าและยึดผ้าแต่ละชิ้นให้ติดกันเพื่อป้องกันการเลื่อนของตำแหน่งผ้าเวลาเย็บ ซึ่งเมื่อเย็บเสร็จก็จะเลาะด้ายที่เนาไว้แล้วออกไป
7. การเย็บประกอบรูปร่าง โดยใช้เข็มสอยกับด้าย หรือใช้จักรเย็บผ้า รวมถึงการติดกระดุม เย็บรังดุม ติดตะขอ ซิป และสอยเก็บริม

ความปลอดภัยในการปฏิบัติงานตัดเย็บเสื้อผ้า
1. ศึกษาวิธีการใช้ให้ละเอียดก่อนทุกครั้ง
2. ขณะใช้อุปกรณ์การตัดเย็บเสื้อผ้าควรแต่งกายให้รัดกุม
3. ถ้าง่วงนอนหรือร่างกายอ่อนเพลียให้หยุดทำงานทันที
4. ถ้าอุปกรณ์การตัดเย็บเสื้อผ้าผิดปกติหรือชำรุดให้รีบซ่อมทันทีก่อนนำมาใช้
5. เมื่อใช้งานเสร็จควรเก็บไว้ในที่มิดชิดและแยกประเภทให้เป็นระเบียบเพื่อความสะดวกใช้งาน
6. อุปกรณ์การตัดเย็บเสื้อผ้าที่มีความแหลมคม ควรใช้ด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ
7. อุปกรณ์อื่น ๆ ที่ต้องใช้ไฟฟ้า เช่น เตารีด จักรเย็บผ้าไฟฟ้า ควรถอดปลั๊กและเก็บสายไฟฟ้าให้เรียบร้อยหลังใช้งาน

การตัดเย็บเสื้อผ้าอย่างง่ายด้วยตนเอง
ตัวอย่างการตัดเย็บเสื้อผ้า
การตัดเย็บเสื้อกั๊ก
1. การวิเคราะห์งาน
ลักษณะงาน ต้องศึกษาเกี่ยวกับวิธีการเลือกผ้า การวัดตัว การสร้างแบบ ขั้นตอนการตัดเย็บ จัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือในการตัดเย็บ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง
คุณสมบัติของผู้ปฏิบัติงาน ควรเป็นผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับการตัดเย็บผ้า การออกแบบ เสื้อผ้ามีความประณีต ละเอียด รอบคอบ สามารถตัดสินใจ และแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง
2. การวางแผนในการทำงาน โดยสร้างแผนที่ความคิดเพื่อให้เห็นภาพรวมของการทำงาน ดังนี้


3. การปฏิบัติงานตามลำดับขั้นตอน
1. เตรียมวัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือ 5. เย็บกันลุ่ยริมผ้า
2. วัดตัวและสร้างแบบตัด 6. เนาและลองสวมใส่
3. วางแบบตัดและทำรอยเผื่อเย็บ 7. เย็บเสื้อกั๊กตามลำดับขั้นตอน
4. ตัดผ้าและทำเครื่องหมายบนผ้า 8. ตรวจสอบความเรียบร้อยของผลงาน

วิธีการสร้างแบบเสื้อกั๊ก วัดตัวและสร้างแบบพอดีตัว ความยาวเท่าเส้นเอวตำแหน่งที่วัดตัว
1) วัดรอบคอ 5) วัดความกว้างของบ่าหน้า
2) วัดรอบอก 6) วัดความกว้างของบ่าหลัง
3) วัดความยาวของช่วงตัวด้านหน้า 7) วัดความยาวไหล่
4) วัดความยาวของช่วงตัวด้านหลัง 8) วัดรอบรักแร้

การสร้างแบบแผ่นหน้า ขยายข้างคอหน้ากว้าง 1 เซนติเมตร คอลึก 5 เซนติเมตร แล้ววาดคอหน้าใหม่ อกเพิ่มตลอดข้าง 2 เซนติเมตร วาดแขนต่ำลง 7 เซนติเมตร บ่าหน้าเพิ่ม 1 เซนติเมตร
การสร้างแบบแผ่นหลัง ขยายคอหลังกว้างออก 1 เซนติเมตร และลึกลง 1.5 เซนติเมตร อกเพิ่มตลอดข้าง 2 เซนติเมตร วาดลงแขนต่ำลง 7 เซนติเมตร





การสร้างแบบแขนเสื้อ 
กำหนดความยาวแขนตามต้องการ วัดจากปุ่มไหล่ลงมา 1 เซนติเมตร วัดรอบวงแขน ÷ 2 แล้วนำมาตีเฉียงแบ่งเป็น 3 ส่วน โดย 2 ส่วนแรกโค้งขึ้น 1.5 เซนติเมตร ส่วนที่เหลือโค้งลง 0.5 เซนติเมตร จากนั้นโค้งวงแขนมาหาวงแขนเดิม



ขั้นตอนการเย็บเสื้อกั๊ก
1) เย็บเข้าไหล่และเย็บพับสาบหน้า
2) กุ๊นรอบวงแขนแล้วเย็บเข้าข้าง
3) กุ๊นรอบคอ สาบหน้า และชายเสื้อ
4) รีดให้เรียบแล้วตรวจดูความเรียบร้อย

4. การประเมินผลการทำงาน ถ้าพบว่าตะเข็บไม่เรียบร้อย ควรเลาะออกแล้วเย็บใหม่ หรืออาจตกแต่งเสื้อกั๊กด้วยกระดุมโลหะ ควรประเมินผลการปฏิบัติงานโดยภาพรวม หากพบรายการที่ไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอน ก็บันทึกไว้เพื่อนำไปแก้ไขในการทำงานครั้งต่อไป

การตัดเย็บกางเกงนอน
1. การวิเคราะห์งาน
ลักษณะงาน ต้องศึกษาเกี่ยวกับวิธีการเลือกผ้า การวัดตัว การสร้างแบบ ขั้นตอนการตัดเย็บ จัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือในการตัดเย็บ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 3–4 ชั่วโมง
คุณสมบัติของผู้ปฏิบัติงาน ควรเป็นผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับการตัดเย็บผ้า การออกแบบ เสื้อผ้ามีความประณีต ละเอียด รอบคอบ สามารถตัดสินใจ และแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง
2. การวางแผนในการทำงาน โดยสร้างแผนที่ความคิดเพื่อให้เห็นภาพรวมของการทำงาน ดังนี้



3. การปฏิบัติงานตามลำดับขั้นตอน
1. เตรียมวัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือ 5. เย็บกันลุ่ยริมผ้า
2. วัดตัวและสร้างแบบตัด 6. เนาและลองสวมใส่
3. วางแบบตัดและทำรอยเผื่อเย็บ 7. เย็บกางเกงนอนตามลำดับขั้นตอน
4. ตัดผ้าและทำเครื่องหมายบนผ้า 8. ตรวจสอบความเรียบร้อยของผลงาน

วิธีการสร้างแบบกางเกงนอน
ตำแหน่งที่วัดตัว
1) วัดรอบเอวให้พอดีแล้วลบ 10 เซนติเมตร สำหรับคำนวณหายางยืด
2) วัดรอบสะโพก วัดสะโพกล่างเผื่อหลวมได้
3) วัดความยาวของกางเกง จากเอวถึงขา
4) วัดรอบปลายขา

การสร้างแบบแผ่นหน้า
1–2 เท่ากับความยาวกางเกง
1–3 เท่ากับ ของรอบสะโพก + 3 เซนติเมตร
1–6 เท่ากับรอบสะโพก + 3 เซนติเมตร
3–5 เท่ากับ 1-6
3–4 เท่ากับรอบสะโพก + 6 เซนติเมตร
5–0 เท่ากับวัดขึ้น 7–8 เซนติเมตร
2–7 เท่ากับ 1–6 (หรือน้อยกว่าได้เล็กน้อยในกรณีที่ต้องการปลายแคบ)

การสร้างแผ่นหลัง โดยสร้างต่อจากแผ่นหน้า (ดูตามเส้นประ)
6–8 เท่ากับ 3 เซนติเมตร
8–9 เท่ากับ 3 เซนติเมตร
4–10 เท่ากับ 3.5 เซนติเมตร
7–11 เท่ากับ 3.5 เซนติเมตร
โค้งตามเส้นประจากจุด 1–9 และ 10–11

*หมายเหตุ เส้นดำ คือ แผ่นหน้า เส้นประ คือ แผ่นหลัง

การเผื่อตะเข็บเย็บ
เอวเผื่อ 1.5 เซนติเมตร
เป้าและใต้ท้องขาเผื่อ 1.5 เซนติเมตร
ตะเข็บข้าง 2 เซนติเมตร
ชายกางเกงเผื่อ 3.5 เซนติเมตร
หมายเหตุ แผ่นหลังเผื่อตะเข็บเย็บเช่นเดียวกับแผ่นหน้า

การคำนวณผ้า
ความยาวกางเกง + เผื่อตะเข็บเย็บ x 2 (ใช้ผ้าหน้า 36-46 นิ้ว)
ความยาวกางเกง + เผื่อตะเข็บเย็บ x 2 (ใช้ผ้าหน้า 60 นิ้ว)

การวางผ้า

ขั้นตอนการเย็บกางเกงนอน
1) เย็บกันยืดที่เส้นเอวทั้งแผ่นหน้าและแผ่นหลัง
2) นำแผ่นหน้าและแผ่นหลังชิ้นที่ 1 มาประกบกันแล้วเย็บตะเข็บข้าง เย็บตะเข็บใต้ท้องขา จะได้ขากางเกง 1 ข้าง
3) นำแผ่นหน้าและแผ่นหลังชิ้นที่ 2 มาเย็บเช่นเดียวกับข้อ 2) จะได้ขากางเกงข้างที่ 2 และให้โพล้งกันลุ่ยตะเข็บคู่ทั้งตะเข็บข้างและตะเข็บใต้ท้องขา
4) นำขากางเกงที่ได้ทั้ง 2 ข้างมาเย็บตรงเป้ากางเกงเข้าด้วยกัน โดยเดินจักร 2 เส้น จะได้ทนทาน
5) โพล้งเป้ากางเกงเป็นตะเข็บคู่เพื่อกันลุ่ย
6) กลับขากางเกงออกด้านนอก พับขอบลงมา 2 เซนติเมตร เว้นไว้ 1.5 เซนติเมตร เพื่อใส่ยางยืด
7) ใส่ยางยืด โดยใช้ยางยืดที่ยางน้อยกว่ารอบเอว 10 เซนติเมตร
8) รีดให้เรียบแล้วตรวจดูความเรียบร้อย

4. การประเมินผลการทำงาน ถ้าพบว่ายางยืดที่ขอบกางเกงแน่นหรือหลวมไป ควรเลาะออก วัดขนาดให้พอดีแล้วเย็บใหม่ ควรประเมินผลการปฏิบัติงานโดยภาพรวม หากพบรายการที่ไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอน ก็บันทึกไว้เพื่อนำไปแก้ไขในการทำงานครั้งต่อไป

การดัดแปลงเสื้อผ้า
วิธีการดัดแปลงเสื้อผ้า
แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ
1. เสื้อผ้าที่ยังมีสภาพดี ต้องการดัดแปลงเพื่อหนีความจำเจ หรือเพื่อให้ทันสมัย
2. เสื้อผ้าที่มีรอยชำรุด จำเป็นต้องนำมาดัดแปลงเพื่อแก้ไขหรือหลีกเลี่ยงสภาพที่ชำรุด

ขั้นตอนการดัดแปลงเสื้อผ้า
1. ออกแบบเสื้อ กางเกง หรือกระโปรงตัวใหม่ก่อนโดยยึดหลักความคงทน และประโยน์ใช้สอย
2. เลือกวิธีการดัดแปลงแก้ไขบางส่วนที่เหมาะสมกับเสื้อผ้า
3. เตรียมวัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือที่จะใช้ในการตัดเย็บและดัดแปลงเสื้อผ้าให้พร้อม
4. ลงมือดัดแปลงตามแบบ
5. ตกแต่งเสื้อผ้าที่ดัดแปลงให้เรียบร้อยสวยงาม

วิธีดัดแปลงเสื้อผ้า
1. การตัดให้สั้น
1) เสื้อแขนยาวทำเป็นเสื้อแขนสั้น โดยการตัดแขนทั้งสองข้างให้เท่ากัน แล้วเย็บตะเข็บด้วยจักรเย็บผ้าหรือเย็บมือให้มั่นคงแข็งแรงสวยงาม





2) กระโปรงยาวตัดชายให้สั้น โดยตัดชายให้สั้นตามต้องการ แล้วสอยชายให้เรียบร้อย



3) กางเกงขายาวทำเป็นกางเกงขาสั้น นำมาตัดขาแล้วเย็บปลายขาให้เป็นกางเกงขาสั้น



2. การต่อให้ยาว ใช้ดัดแปลงกระโปรง โดยนำมาตกแต่งด้วยลูกไม้ หรือจีบระบายที่ชายกระโปรง



3. การเปลี่ยนสัดส่วน เสื้อผู้ใหญ่นำมาเปลี่ยนสัดส่วนดัดแปลงเป็นเสื้อเด็ก โดยออกแบบตัดเย็บหลบเลี่ยงรอยขาด หรือรอยต่อตะเข็บของเสื้อตัวเดิม



4. การแก้ไขบางส่วน เช่น เสื้อปกขาดแก้เป็นเสื้อคอกลม แขนเสื้อขาดแก้เป็นไม่มีแขน มีวิธีดังนี้
1) เลาะปกเก่าออก แล้วรีดตะเข็บตัวเสื้อตรงรอยเลาะให้เรียบ
2) เย็บโดยพับสอย หรืออาจใช้ผ้ากุ๊นรอบคอเสื้อเพื่อให้สวยงามยิ่งขึ้น



5. การตกแต่งเพิ่มเติม โดยนำมาติดโบ ติดลูกไม้ หรือปักลวดลายต่าง ๆ



6. การเปลี่ยนประโยชน์ใช้สอย เสื้อผ้าที่ใส่มานานแล้ว แต่เนื้อผ้ายังดี สามารถนำมาดัดแปลงได้
1) เสื้อชุดเก่าเปลี่ยนเป็นผ้ากันเปื้อน โดยตัดแบบผ้ากันเปื้อนวางบนตัวเสื้อด้านหน้า แล้วตัดตามแบบ นำมาเย็บริม ผ้าคล้องคอ ผ้าผูกเอวตัดจากเสื้อด้านหลัง นำมาเย็บติดกัน และกุ๊นด้วยผ้าสีสวย ๆ



2) ผ้าเช็ดตัวเปลี่ยนเป็นผ้าจับหูกระทะ ผ้าเช็ดตัวที่มีรอยขาดนำมาตัดตามแบบ 4 ชิ้น นำ 2 ชิ้นประกบกันเย็บริมโดยรอบแล้วกุ๊นด้วยผ้าสีสวย ๆ อาจตกแต่งเพิ่มเติมหรือเย็บหูสำหรับแขวนด้วยก็ได้




แหล่งที่มาของเนื้อหา : สำนักพิมพ์วัฒนาพานิช www.wpp.co.th/